Saturday, October 31, 2015

The Smooth Contradiction [1]






ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงรัตติกาลที่ย่างเท้าเข้ามาเยือนอย่างเช่นทุกๆวัน สรรพสิ่งล้วนดำเนินไปตามวัฎจักรของธรรมชาติเช่นเดียวกับชีวิตของมนุษย์ที่ดำเนินไปเรื่อยๆโดยไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ความสุขที่ยังคงอยู่ในวันนี้เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้มันจะยังคงอยู่อีกหรือไม่ หรือว่าจะมลายหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความทุกข์ที่เรานั้นไม่เคยจะชินชากับมันเสียที

คฤหาสน์หลังโตที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามตามความชอบของคุณผู้หญิงแห่งตระกูลอีที่สนใจในสถาปัตยกรรมกรรมเรอเนซองส์ตอนต้นมากเป็นพิเศษ พื้นที่โดยรอบล้วนเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติทำให้รู้สึกสบายตาเวลามองไปรอบๆ ความเป็นอยู่ที่แสนสะดวกสบายเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างทำให้คนมองจากข้างนอกนั้นล้วนอิจฉาในความมั่งมีที่บุตรชายคนเดียวแห่งตระกูลได้รับมาตั้งแต่เกิด แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นเพียงภายนอกที่ผู้เป็นเจ้าของเองก็ไม่ได้พอใจมากนัก

ถ้าให้พูดกันตรงๆมันก็คงจะเข้าภาษิตที่ว่าคนในอยากออกคนนอกอยากเข้า แต่จะให้คนในเอาเรื่องของตัวเองไปพูดในทางเสียๆหายๆมันก็คงไม่ใช่ แถมยังจะเพิ่มความหมั่นไส้ให้กับคนมองอีกต่างหาก การเกิดมาในครอบครัวที่ครบครันไปด้วยอำนาจแห่งเงินไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความรักจากบุพการีมากกว่าครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องทำงานหนักเสียจนแทบจะไม่มีเวลาพัก แล้วในเมื่อไม่มีเวลาพักจะหาเวลาที่ไหนมาใส่ใจบุตรชายที่เกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกกัน

ทางออกที่ดีที่สุดที่หลายครอบครัวทำกันก็คือหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาดูแลบุตรแทนตนเอง สิ่งที่ตามมาก็คือช่องว่างระหว่างครอบครัวเพราะบุตรนั้นจะมอบความเชื่อใจไปที่คนที่เลี้ยงดูมากกว่า แม้ปากจะเรียกว่าพ่อว่าแม่หากแต่การวางตัวที่แสนจะห่างเหิน ทำให้ได้ถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวที่อยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงเสียเหลือเกิน

ถึงแม้จะรู้ดีว่าตนนั้นเป็นบุตรเพียงคนเดียวที่บุพการียอมทำงานหนักเพื่อให้เขามีทุกสิ่งอย่างเพียบพร้อมและไม่น้อยหน้าใคร แต่นั่นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการหรืออยากได้เลยสักนิด สิ่งที่ลูกชายคนเดียวที่ถูกทิ้งให้อยู่กับพี่เลี้ยงตั้งแต่จำความได้ต้องการคืออ้อมกอดอันอบอุ่นของบุพการีต่างหาก แต่ด้วยสำเหนียกถึงความเป็นจริงดีจึงทำได้แค่เพียงคาดหวังเล็กๆน้อยๆก็เท่านั้น เพราะนานๆครั้งผู้มีพระคุณถึงจะกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้ บ้านหลังที่มีลูกชายคนเดียวอย่างเขาอาศัยอยู่

นัยน์ตาคมจดจ้องไปยังรูปถ่ายใบใหญ่ในกรอบทองราคาสูงที่แขวนอยู่บนผนัง รูปภาพที่ถูกถ่ายเมื่อหลายปีก่อนเมื่อครั้งไปเที่ยวออสเตรเลีย จำได้ดีว่าตอนนั้นเขาดีใจเป็นอย่างมากเมื่อแม่เดินมาบอกว่าจะพาไปเที่ยวต่าง ประเทศแต่เมื่อไปถึงทุกสิ่งกลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง พ่อมาออสเตรเลียเพื่อทำงานส่วนที่พาบุตรชายมาด้วยเพราะรู้ซึ้งดีว่าตนนั้นมอบความอบอุ่นให้บุตรน้อยเกินไป กว่าที่จะได้เดินออกมาเดินเล่นนอกโรงแรมก็กินเวลาไปกว่าอาทิตย์ แต่ก็ยังโชคดีที่บุพการียังพอมีเวลาบ้าง อย่างน้อยๆเขาก็จะได้มีความทรงจำว่าเคยไปเดินเล่นพร้อมหน้ากันสามคน พ่อ แม่ ลูก

คุณบยองฮอนคิดถึงนายท่านกับนายหญิงเหรอคะ?หญิงวัยห้าสิบกว่าๆเอ่ยถามชายหนุ่มที่ตนเป็นคนเลี้ยงมาตั้งตาเกิดอย่างนึกสงสารน้อยๆ ตั้งแต่คุณชายของเธอเกิดมานายเหนือหัวทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินและยกหน้าที่เลี้ยงดูผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจมาให้แก่เธอ อยากจะดีใจที่ได้รับความวางใจนั้นแต่เมื่อมองนัยน์ตาโศกของคุณหนูตัวน้อยที่บัดนี้เติบโตมาเป็นคุณชายรูปงามแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ความเหงาถูกฝังลึกลงในจิตใจโดยไม่รู้ว่าจะมีใครสามารถมาช่วยลบล้างได้หรือไม่ คุณชายของเธอวิ่งเล่นในคฤหาสน์หลังโตหลังนี้คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก โชคดีที่เป็นคนดีเสียเหลือเกินทำให้ไม่ถูกชักจูงจากโลกภายนอกโดยง่าย จึงไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยแต่อย่างใด และอาจเพราะเป็นคนพูดน้อยจึงไม่ค่อยจะมีเพื่อนเหมือนกับเด็กในวัยเดียวกัน แต่ก็มักจะมีผู้หญิงเข้ามาหาไม่เคยขาด

เคยคิดไว้ว่าอยากจะให้มีใครสักคนมาช่วยบรรเทาความอ้างว้างที่ฝังลึกในจิตใจ แล้วก็ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเพราะคุณชายของเธอได้ตอบตกลงคบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม แต่มีเหรอที่คนมองจะไม่รู้ว่าการตกลงคบกันครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักแต่อย่างใด คุณชายเป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าที่จะทำผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเสียใจได้เธอรู้ดี

ถ้าเบื่อก็ไปหาคุณหนูอาราสิคะ เธอคงจะดีใจไม่น้อยที่คุณไปหา

อย่าดีกว่าครับนม ผมว่าผมอยู่เล่นดนตรีที่บ้านดีกว่าหันกลับไปตอบแม่นมที่เป็นคนเลี้ยงดูตนมาตลอดทั้งชีวิต ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเดินขึ้นไปด้านบนของตัวบ้านเพื่อขึ้นไปยังห้องดนตรีที่มักจะเข้าไปเป็นประจำ คนมองได้แต่ถอนหายใจกับอาการเงียบเกินไปของคุณชายที่ดูเหมือนว่าจะมาเป็นมากขึ้นหลังจากที่คบกับคุณหนูตระกูลอิม เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคน ใครสักคนที่คุณชายรักและรักคุณชายจริงๆมาช่วยเปลี่ยนแปลงให้คฤหาสน์ที่แสนจะอ้างว้างหลังนี้กลายมาเป็นบ้านที่แสนจะอบอุ่นเสียที



* * *



ปลายนิ้วเรียวพรมลงบนกีตาร์ไฟฟ้าราคาสูงอย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่ท่วงทำนองจะหยุดลงเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง มือกว้างล้วงอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมารับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างนุ่มนวล นุ่มนวลเหมือนอย่างที่ทำมาตลอด แบบที่ทำมาจนเคยชิน

ครับอาราเสียงตอบจากปลายสายเรียกให้ชายหนุ่มต้องยกยิ้มที่ริมฝีปากเล็กน้อย สาวเจ้ามักจะอ้อนเขาเสมอหากแต่เธอกลับไม่เคยทำให้เขายิ้มจากหัวใจได้เลยสักครั้ง

เมื่อหกเดือนก่อนอารามาสารภาพกับเขาว่าแอบมองมานาน และถ้าไม่รังเกียจอะไรก็ขอโอกาสให้เธอได้เรียนรู้ถึงตัวตนลึกๆของเขาบ้าง สำหรับคนที่ไม่เคยผ่านความรักมาแม้เพียงครั้งเดียวเช่นเขาจึงดูเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกินที่จะตอบรับใครสักคน แต่ด้วยความที่ว่าคุณนมได้พูดไว้ว่า เขาควรจะมีใครสักที จึงเลือกที่จะตอบรับไป ตอบรับโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของตัวเองเสียเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะรักอาราได้

หากทุกอย่างมันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ความรู้สึกในยามมองอารานั้นไม่เคยแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย โดยที่เขาเองก็มั่นใจว่ามันคงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เหมือนกันในอนาคต แต่เขากลับบอกเลิกไม่ได้เพราะเธอไม่มีความผิดอะไร หนำซ้ำเธอก็ดูเหมือนว่าจะรู้สึกดีกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ หนทางที่จะเป็นอิสระนั้นจึงมืดมนเสียเหลือเกินเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เธอจบความรู้สึกดีๆนั้นด้วยตัวของเธอเอง

เสาร์หน้าพี่ไม่ว่างครับ เราไปกับเพื่อนแทนได้ไหมโกหกคำโตออกไปเพราะไม่อยากจะให้เธอเสียใจสักเท่าใดนัก ความจริงก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้แต่จะให้เขาบอกตรงๆว่าไม่อยากไปกับคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลยก็ทำไม่ได้

ครับ ดูแลตัวเองดีๆนะปลายนิ้วเรียวกดวางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม ฝ่ามือกว้างวางกีตาร์ลงกับที่แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่อหยิบกุญแจรถคันหรูที่บิดามอบให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว

ปลายเท้าใหญ่ก้าวไปตามอิฐตัวหนอน เมื่อถึงโรงจอดรถก็จัดการเปิดประตูปีกนกแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างในทันที มือกว้างดึงบานประตูปิดเบาๆแล้วสตาร์ทเครื่องเพื่อที่จะได้ออกไปด้านนอกซึ่งเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ใด ปลายเท้าเหยียบไปยังคันเร่งเบาๆก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนตัวออกจากบ้านไปตามท้องถนนที่คร่ำคราไปด้วยความวุ่นวาย บยองฮอนจึงเลือกที่จะขับเข้าซอยเล็กๆด้วยความที่ว่าไม่อยากจะต้องมานั่งมองไฟแดง

เวลาผ่านไปจนกระทั่งรถยนต์คันงามขับเคลื่อนมาถึงถนนโล่งที่สองข้างทางล้วนเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ปลายเท้าแตะเบรคก่อนที่นัยน์ตาคมจะหันไปมองบรรยากาศโดยรอบอย่างพอใจ ไม่รู้สึกผิดหวังเลยสักนิดที่ลงทุนขับรถมาไกลเสียจนกระทั่งมาถึงชาญเมืองขนาดนี้ แสงอาทิตย์สีส้มที่ส่องลงมายังต้นไม้ใบหญ้านั้นหายากมากในตัวเมือง แม้ว่าบ้านของเขาจะมีเนื้อที่มากเหลือเกิน แต่ก็คงจะสวยสู้ต้นไม้ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาไม่ได้

ใบหน้าคมแนบลงกับท่อนแขนที่วางบนพวงมาลับรถก่อนจะหลับตาลงเพราะความอ่อนล้าที่กัดกิน ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเกินจะทนกับความรู้สึกมากมายที่ประดังประเดเข้ามา ชายหนุ่มมักจะขับรถออกมาข้างนอกเสมอ และในบางครั้งก็ไม่ได้กลับบ้านประมาณสองสามวันแต่คุณนมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเข้าใจดี และครั้งนี้ก็เช่นกัน บยองฮอนอยากจะไปไกลๆสักพักเพื่อเติมเรี่ยวแรงที่สูญหายไปเสียจนเกือบหมด เพื่อจะได้กลับมาสู้กับปัญหาที่บังเกิดจากความคิดอย่างเต็มที่

ขอพักผ่อนเอาแรงสักนิดเพราะตอนนี้เขาเหนื่อยจนเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว



* * *



เสียงเคาะที่ดังขึ้นทำให้ต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมาทั้งๆที่ไม่เต็มใจนัก ใบหน้าคมหันไปมองทางด้านซ้ายมือของตัวเองซึ่งเป็นที่นั่งคนขับก่อนจะกดลดกระจก เพื่อที่จะได้ถามว่าคนที่มายืนเคาะกระจกรถของเขานั้นต้องการอะไร

เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ จอดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ผมไปจนกลับมาแล้วเนี่ยร่างสูงหันไปดูเข็มนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเข็มสั้นนั้นไปอยู่ที่เลขเก้าเรียบร้อยแล้ว จำได้ว่าตอนที่มาถึงที่นี่ฟ้ายังพอจะมีแสงอาทิตย์อยู่บ้างแต่เมื่อตื่นมาอีกทีกลายเป็นว่าเขาหลับไปถึงสามชั่วโมง นี่ถ้าไม่มีคนมาปลุกเขาอาจจะหลับต่อจนถึงเช้านั่นแหละ

ไม่สบายเหรอ แถวนี้มีโรงพยาบาลนะแต่คงไม่หรูเหมือนที่คุณเคยเห็นหรอกคำพูดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการจิกกัดเล็กๆเรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้น้อยๆ นัยน์ตาคมมองสำรวจโครงหน้าของคนตรงหน้าอย่างเต็มตาก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นจักรยานฟิคเกียร์ที่จอดอยู่ไม่ไกล

ถ้าสบายดีผมไปนะ มืดค่ำมาจอดรถกลางทุ่งแบบนี้เดี๋ยวก็โดนปล้นหรอกเมื่อบ่นจบก็หันไปคว้าจักรยานคู่ใจแล้วปั่นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ในรถเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มติดเจ้าเล่ห์เล็กๆผุดขึ้นบนริมฝีปากก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนอย่างเชื่องช้า

อาจเพราะใส่หูฟังอยู่ทำให้คนที่กำลังปั่นจักรยานไม่ได้รู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกไป บยองฮอนเลือกที่จะดับไฟหน้าลงเพราะไม่อยากให้เจ้าหนูฟิคเกียร์นี่รู้ว่าเขาแอบตามมา นึกแปลกใจน้อยๆว่าทำไมถึงออกมาปั่นจักรยานมืดค่ำแบบนี้ แม้ว่าข้างทางจะมีไฟส่องเป็นระยะๆแต่ก็ถือว่าอันตรายมากอยู่ดี

ไม่นานนักก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นชุมชนเล็กๆ ชายหนุ่มเลือกที่จะจอดรถเมื่อเห็นว่าเจ้าหนูฟิคเกียร์ของเขาได้ปั่นจักรยานเข้าไปในซอยที่มีบ้านหลังเล็กๆตั้งเรียงกันจนดูน่าอึดอัดไปหน่อยสำหรับคุณชายที่เคยอยู่แต่ในคฤหาสน์

เมื่อเห็นว่าเจ้าหนูของเขาลงจากจักรยานแล้วเดินเข้าบ้านไปร่างสูงจึงสตาร์ทรถและเคลื่อนตัวออกมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะขับกลับไปยังบ้านของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆตลอดทาง ได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมเจ้าหนูของเขาถึงได้ดูอารมณ์ดีนัก เพราะนัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแววหม่นหมองเลยแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงแต่ประกายงดงามที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขมากเพียงใด

มันช่างต่างจากเขาเสียเหลือเกิน



* * *



ร่างสูงโปร่งของคนเป็นคุณชายประจำตระกูลเดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านพร้อมกับรอยยิ้ม เรียกความแปลกใจจากแม่นมซึ่งเป็นคนเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะได้เป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่าสาวใช้จัดโต๊ะอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงเอ่ยปากบอกให้ออกจากห้องไปซึ่งหญิงสาวทั้งหลายก็ทำตามแต่โดยดี เพราะสิ่งที่นอกเหนือจากหน้าที่แล้วพวกเธอก็สำเหนียกได้ถึงสถานภาพของตนเองที่ไม่อยู่ในสถานะที่ควรจะล่วงรู้เรื่องของเจ้านายมากนัก

อารมณ์ดีเชียวนะคะ ตอนแรกนมคิดว่าคุณจะไม่กลับมานอนที่บ้านแล้วเสียอีกน้ำเสียงที่เจือความเป็นห่วงทำให้คนฟังต้องหันไปยิ้มให้น้อยเพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกวันนี้คุณชายของนมมีความสุขจริงๆใช่ไหมคะ?ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ก่อนจะยกช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปาก นัยน์ตาคู่คมฉายแววหม่นจนคนถามสังเกตได้ เธอรู้ดี รู้ดีว่าคุณชายของเธอนั้นต้องการอะไร แต่เธอก็ไม่เคยจะช่วยทดแทนได้เลยสักครั้ง

ผมมีความสุขครับนม แค่นมอยู่กับผมไปนานๆผมก็ไม่รู้จะสุขยังไงแล้วล่ะครับมือกว้างวางช้อนลงก่อนจะเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเมื่อทานไปได้พอสมควร ริมฝีปากยกยิ้มให้คนสูงอายุที่เลี้ยงดูตนมาตั้งแต่ยังแบเบาะแล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอาหารไป



* * *



วันนี้เป็นวันจันทร์ หลังจากที่ได้หยุดพักผ่อนไปสองวันคนที่มีชื่อเป็นถึงในผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าบริษัทเพื่อดูแลธุรกิจที่ผู้เป็นบิดาได้ลงหลักปักฐานไว้ให้อย่างมั่นคง ชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบๆ ไม่มีอะไรเพิ่มเติมทำให้ชายหนุ่มเริ่มที่จะหมดไฟในการขวนขวายความสำเร็จใดๆอีก ทุกสิ่งอย่างที่บิดามารดาสร้างมาต้องตกอยู่ในมือของเขา ตอนนี้หน้าที่ก็คือรักษาทรัพย์สมบัติทุกชิ้นไว้ให้ดีที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งที่ครอบครัวใช้หยาดเหงื่อแลกมา

ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปกดปุ่มลูกศรชี้ขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้แตะก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่มาจากด้านหลังทำให้ต้องก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อรักษาสมดุลไว้ ใบหน้าคมหันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้นแต่สิ่งที่พบก็คือเด็กผู้ชายท่าทางรีบร้อนกำลังก้มศีรษะพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษสองสามที

อ้าว คุณ

“.....” ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าจะตกใจไม่น้อยก่อนจะเลื่อนสายตาลงไป สำรวจการแต่งตัวที่แปลกไปจากเมื่อวาน วันนี้เจ้าหนูของเขามาในสภาพเหมือนกับนักศึกษาจบใหม่ และถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะมาสมัครงานสินะ

ปลายนิ้วเรียวยื่นไปกดลูกศรชี้ขึ้นอีกครั้งโดยที่รอไม่นานนักบานประตูลิฟต์ก็เปิดออก ปลายเท้าก้าวเข้าไปด้านในโดยที่ไม่ลืมกดประตูลิฟต์ค้างไว้เพื่อให้อีกคนได้เดินเข้ามา

ชั้นยี่สิบสามใช่ไหม?เอ่ยถามเสียงเบาเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาด้านใน ก่อนที่จะกดไปยังหมายเลขโดยไม่รอคำ ตอบ วันนี้ถ้าจำไม่ผิดคือมีนัดสัมภาษณ์งาน ซึ่งฝ่ายบุคคลก็อยู่ชั้นยี่สิบสาม เจ้าตัวเล็กนี่ก็ควรจะไปชั้นที่ยี่สิบสาม

อ่า ครับผม ยี่สิบสามเอ่ยตอบอย่างข้องใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ดวงตาคู่กลมมองการเสื้อผ้ายี่ห้อดังของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วก็เป็นอันเข้าใจ คงจะเป็นหนึ่งในคนทำงานระดับสูงของที่นี่ล่ะสิ แค่เสื้อตัวเดียวก็สามารถซื้อสิ่งของที่อยู่บนตัวเขาได้ทั้งตัว

ไม่นานนักบานประตูลิฟต์ก็เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ ปลายเท้าเล็กก้าวออกมาอย่างเร่งรีบแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปเอ่ยคำขอบคุณให้กับอีกคนที่ยืนอยู่ด้านใน ร่างเล็กสูดลมหายใจเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะเดินตรงไปยังห้องสัมภาษณ์งานโดยที่ไม่คิดที่จะเหลียวหลังเลยสักนิด เพราะเกรงว่าการมองไปด้านหลังบ่อยๆจะทำให้ตนไม่กล้าพอที่จะก้าวไปข้างหน้า แต่ถ้าหันมามองสักนิดเขาอาจจะได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มพร้อมกับตัวหนังสือหน้าประตูลิฟต์ก็เป็นได้

ลิฟต์ผู้บริหาร





T B C





แถลงการณ์

อย่าถามถึงฟิคคุณชาย อย่าถาม มันหายไปกับสายลมแล้วค่ะ ตั้งแต่เปิดเทอมนี่แต่งไม่ออกเลยทีเดียว
มันมีหลายประเด็น ตอบเลยดีกว่า เอาแบบชัดเจน ติดเรียนการบ้านเยอะจนจิ้นหดมโนหายก็เกี่ยวนะ
ไม่ใช่แค่เกี่ยวหรอก เหตุผลหลักเลยแหละ เหตุผลรองคือสามีอยู่ในกรม เลยมาซัพพอร์ตน้องเขยต่อ (มโนแรง)
อีกเหตุผลคือติดฟิควงอื่น ติดเด็กมันด้วยแหละประเด็น (แอบสามี(?)มาเต๊าะเด็ก) เหตุผลนี้น่าตบจริงอะไรจริง
อีกอย่างนึงคือแบบ...เราฟินชานบยองค่ะ ชานยอลนะ อีอุ๋งอ่ะ นั่นแหละ บยองฮอนกะตะอุ๋งคือมุ้งมิ้งไง ฮรี่
มาถึงฟิคเรื่องนี้ ต้องมีแท็กไหมถามใจอยู่พักนึง คุณชายอ่ะมีแต่ไม่ส่อง กลัวทวง ถ้าทวงจะขี้เกียจ เลยไม่ส่อง
คิดไปคิดมามีน่าจะดีกว่า มั้ง #คตตทลต ย่อมาจาก ความแตกต่างที่ลงตัว ความหมายของชื่อฟิคค่ะ
ปล. 1 ถ้าสงสัยว่าเรื่องนี้จะจบไหม คุณชายยังดอง คำตอบคือเรื่องนี้แต่งจบแล้วค่ะ อย่าได้ห่วงไป หุหุ
ปล. 2 บยองฮอนเรื่องนี้สูงมาก สูงกว่าชานฮีจม /ตอนบอกว่าเมนคือสามียังไม่หนักใจเท่าบอกแบบนี้ เอาตรงๆ







.



No comments:

Post a Comment