Sunday, November 29, 2015

The Smooth Contradiction [10]






นัยน์ตาคู่สวยเหลือบขึ้นมองเจ้านายที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างๆก่อนจะหันไปมองพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามตน หลุบตาลงต่ำทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ชายนั้นดูไม่พอใจเสียเท่าไหร่นักที่เขาใส่ใจเจ้านายเป็นพิเศษ คือมันก็ไม่ได้พิเศษอะไรหรอก ปกติเขาก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว พี่ยูชอนไม่เคยเห็นเองต่างหาก แต่วันนี้มันมากไปเสียหน่อยเพราะเมื่อช่วงบ่ายเจ้านายเกิดอาการนอยด์โลก เขาจึงจำเป็นต้องเอ่ยถามไถ่เพื่อไม่ให้เจ้านายจมอยู่ในโลกส่วนตัวเพียงคนเดียว
ในเมื่อคุณนมบอกว่าคุณบยองฮอนเปิดใจให้เขาแล้วก็ไม่ควรจะมาทำหน้านิ่งปนโศกแบบนี้
เห็นแล้วไม่ชอบเลย เขานั่งอยู่ข้างๆแบบนี้เจ้านายควรจะยิ้มสิ
แม่ฮะ วันนี้น้องไปนอนบ้านเจ้านายนะฮะ
แค่กๆยูชอนถึงกับตาเหลือกกับคำพูดของน้องชาย มองคนเป็นเจ้านายที่ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันมามองเจ้าตัวยุ่งที่ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้น้องชายผู้น่ารักของเขาเป็นแบบนี้อย่างนั้นเหรอ
ก็งานน้องยังเสร็จไม่หมดนี่ฮะหันไปส่งยิ้มหวานให้เจ้านายก่อนจะยื่นปลายเท้าไปสะกิดขายาวที่อยู่ไม่ไกลอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ย
อ่อครับ เป็นโปรเจคน่ะ เหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อย
ชานฮีจะไม่ไปก่อความวุ่นวายเหรอบยองฮอน แม่ว่าบยองฮอนนอนที่นี่ก็ได้นะ เอาไอ้ตัวป่วนนี่ไปบ้านเละกันพอดีคนเป็นลูกชายหันไปมองแม่ตัวเองพร้อมกับเบ้ปากน้อยๆ เจ้านายนั้นสนิทสนมกับทุกคนในครอบครัว สนิทเสียจนแทบจะเป็นลูกชายอีกคนไปแล้ว ลูกชายคนเก่าอย่างเขาก็แทบจะหัวเน่าไปโดยปริยายเมื่อมีพี่ชายคนใหม่มานั่งทานข้าวที่บ้าน
บางทีก็ไม่น่าจะไปเล่าให้ยายกับแม่ฟังว่าเจ้านายน่าสงสารแค่ไหน...หมั่นไส้พิลึก
ไม่เป็นไรหรอกครับ อยู่ที่นี่เดี๋ยวตัวป่วนของแม่ทำเสียงดังเอา บ้านผมสะดวกกว่า
นั่นสิ แม่ก็ว่าให้ชานฮีไปที่บ้านบยองฮอนเถอะ ทำที่นี่กลัวว่าจะไม่ได้นอนกันทั้งบ้านคนถูกผู้เป็นยายพาดพิงเบ้ปากอีกคราอย่างนึกหมั่นไส้เจ้านายที่รับมุกได้เร็วเสียเหลือเกิน ไหลลื่นเหมือนกันนะเนี่ย
งั้นเดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราขึ้นไปเก็บของก็แล้วกันนะ เดี๋ยวแม่จะล้างจานกับยูชอนเอง
ไม่ต้องต้องครับ เดี๋ยวผมล้างเองดีกว่าบยองฮอนหันไปพูดกับผู้เป็นมารดาของชานฮีด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันมาเหลือบตาจ้องใบหน้าใสของเจ้าหนูตัวน้อยแสนไร้เดียงสาที่แปรเปลี่ยนไปเป็นเจ้าหนูแสนเจ้าเล่ห์ไปเป็นที่เรียบร้อย
อยากรู้นักว่าคืนนี้จะทำอะไรถึงได้ยอมโกหกที่บ้านไปแบบนั้น



* * *



ฝ่ามือกว้างวางจานลงในอ่างล้านจานก่อนจะบีบน้ำยาลงบนฟองน้ำ หยิบจานขึ้นมาพยายามทำตามวิธีที่เจ้าตัวน้อยเคยสอนเมื่อวันที่มาที่บ้านหลังนี้ในครั้งแรก ก่อนจะส่งจานให้ยูชอนเพื่อที่จะได้น้ำไปล้างน้ำเปล่าและคว่ำเก็บ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเงียบงัน บยองฮอนไม่แม้แต่จะหันไปสบตากับอีกฝ่ายที่จ้องใบหน้าตนอย่างเปิดเผย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ายูชอนคิดอะไร เพราะเขาก็รู้ว่ายูชอนเองก็ต้องรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
ชานฮียังเด็กมาก ผมไม่อยากให้น้องผมเสียใจ
ผมไม่เคยคิดจะทำให้ชานฮีเสียใจ
แต่คุณมีคนรักอยู่แล้ว อิม อาราของคุณไง
ผมไม่ได้รักเธอยูขอนถอนหายใจน้อยๆก่อนจะส่ายหน้า จ้องมองเสี้ยวใบหน้าคมด้วยสายตาจริงจัง
นั่นมันเป็นเรื่องของคุณ แต่สิ่งที่ทุกคนรับรู้คือคุณมีอิม อาราอยู่ แต่การกระทำของคุณกับชานฮีมันก้เกินคำว่าเจ้านายกับผู้ช่วยไปมาก ถึงจะอายุขนาดนี้แล้วแต่ชานฮียังเด็กมาก น้องไม่ได้รับรู้ถึงเจตนาลึกๆของคุณรวมทั้งสายตาของคนอื่นที่มองเข้ามาบยองฮอนยกยิ้มน้อยๆก่อนจะส่งจานใบสุดท้ายให้กับอีกฝ่าย ล้างฟองน้ำและมือจนกระทั่งสะอาดก่อนจะหันมามองหน้าของยูชอน
คุณจะว่ายังไงผมไม่สนหรอกนะ แต่ชานฮีคือคนที่ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายเพราะความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ส่วนอารา เธอเป็นคนดี ผมไม่มีทางทำร้ายเธอเหมือนกันพูดจบก็เดินออกจากห้องครัวไป ทิ้งให้ยูชอนได้แต่กระพริบตาปริบๆกับคำพูดที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัว
มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่บยองฮอนจะไม่ทำร้ายใครเพราะตอนนี้บยองฮอนกำลังทำร้ายทั้งชานฮีและอารา ยื้อไปเรื่องก็มีแต่จะวุ่นวาย แล้วถ้าวันใดวันหนึ่ความรู้สึกของชานฮีมันเกินคำว่าเจ้านายกับลูกน้องขึ้นมา ถึงบยองฮอนจะเลือกขานฮีแต่น้องก็ยังต้องเจ็บอยู่ดี
เรื่องนี้มันควรจบโดยเร็ว



* * *



มือกว้างวางกระเป๋าเป้ที่ภายในบรรจุเสื้อผ้าไว้สองชุดคือชุดนอนและชุดที่จะใส่สำหรับวันพรุ่งนี้รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงบนเตียงนอนสีเข้มของตัวเอง หันกลับไปมองคนตัวเล็กที่ทำท่าย่องเข้ามาก่อนจะถอนหายใจอย่างระอาเล็กน้อย จะย่องทำไม บ้านเขาไม่ใช่บ้านไม้โบราณที่จะต้องเดินระวังเสียหน่อย
รอยยิ้มแห้งๆที่ถูกส่งมาทำให้พอจะเดาออกว่าเจ้าหนูนี่ยังหาข้ออ้างให้กับเขาไม่ได้ จึงเลือกที่จะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดร่างกายเสีย และที่สำคัญ เจ้าตัวเล็กนี่จะได้มีเวลาคิดหาคำตอบ
มือขาววางผ้าขนหนูข้างอ่างล้างหน้า ถอดเสื้อยืดสีส้มที่คนตัวเล็กเป็นคนเลือกให้เองกับมือ นัยน์ตาจดจ้องไปยังใบหน้าของตนเองที่สะท้อนในกระจกเงา ความรู้สึกนึกคิดต่างๆไหลวน ตอกย้ำลงไปในจิตใจจนกระจ่าง
เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีชานฮี
รอยยิ้มค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าคม มองเงาของตัวเองที่ทอดในกระจก เขาไม่เคยยิ้มกว้างขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ นานเสียจนจำไม่ได้ หรือบางทีเขาอาจจะไม่เคยยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆเลยก็ได้ แต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงความจริงบางอย่าง
เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทิ้งอารา
หัวใจกระตุกวูบเสียจนรู้สึกเจ็บไปทั่วอก มือกว้างยกขึ้นทุบอย่างแรงเสียจนขึ้นเป็นรอยแดง หันหลังก้าวเท้าไปยังส่วนที่เป็นห้องอาบน้ำ เปิดฝักบัวจนสุดเพื่อให้ความเย็นของน้ำช่วยไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่ตีพันกันในหัว แต่มันช่างยากนัก ภาพความทรงจำระหว่างอาราและชานฮียิ่งชัดเจน ทุกความทรงจำยิ่งตอกย้ำความรู้สึก ทุกความผิดยิ่งเด่นชัด เขากำลังทำผิด ผิดต่ออารา ผิดต่อผู้หญิงที่แสนดี ผิดต่อคนที่รักเขา แม้เขาจะไม่ได้รักเธอเลยก็ตาม
เขาควรจะหยุดความรู้สึกนี้ใช่ไหม





คนตัวเล็กที่ถูกปล่อยให้รออยู่ด้านนอกทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มของเจ้านายก่อนจะมองไปรอบๆพร้อมกับรอยยิ้ม ห้องของเจ้านายเป็นห้องนอนเรียบๆ เรียบเสียจนแทบจะว่างเปล่า ไม่มีอะไรนอกจากตู้เสื้อผ้าแล้วก็โต๊ะเครื่องแป้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าที่ตนเคยคุ้ยหาเสื้อยืดในวันที่จะพาเจ้านายไปตลาด มือบางเปิดประตูตู้ออก มองไปทั่วๆก่อนจะเหลือบตาไปมองประตูห้องน้ำที่เจ้านายทำธุระส่วนตัวอยู่ด้านใน
ทุกอย่างในตู้นี้ยังเหมือนเดิม มีเพียงเสื้อยืดสีต่างๆที่เขาเป็นคนเลือกเท่านั้นที่เพิ่มเข้ามา
ยกยิ้มอย่างภูมิใจก่อนจะต้องขมวดคิ้วเมื่อหางหานั้นเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีแดงที่ยังคงอยู่ในห่อพลาสติก มือเล็กเอื้อมไปหยิบขึ้นมาดูก่อนจะถอนหายใจน้อยๆเมื่อเห็นตัวหนังสือที่อยู่บนกระดาษโพสอิท
อย่าลืมใส่นะคะ อารา
มือน้อยวางเสื้อที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าราคาคงจะแพงแสนแพงลงที่เดิมก่อนจะปิดประตูตู้เสื้อผ้าเสีย พ่นลมหายใจน้อยๆอย่างนึกขุ่นมัวในอารมณ์ คุณอาราเธอซื้อเสื้อราคาแพงให้เจ้านายใส่ ไม่เหมือนกับเขาที่ทำได้แค่ช่วยเลือก
ความอิจฉาเกิดขึ้นน้อยๆภายในจิตใจ ถ้าเขามีเงินมากพอเขาอาจจะซื้อเสื้อให้เหมาะสมกับฐานะของเจ้านายได้ แต่รู้ดีว่าคิดไปก็เท่านั้น เจ้านายเป็นถึงเจ้าของบริษัท เขามันก็แค่พนักงาน แม้ว่าเงินเดือนจะมากเกินกว่าที่ตั้งหวังไว้แต่มันก็เป็นแค่เศษเงินสำหรับคนระดับสูงอย่างเจ้านาย
พ่นลมหายใจยาวอย่างปลงตกก่อนจะหันตัวเพื่อที่จะได้กลับไปนั่งรอที่เตียงนอน แต่ก็ต้องร้องโอยเมื่อชนกับแผ่นอกกว้างที่ยังคงพราวไปด้วยหยาดน้ำของอีกฝ่าย มือเล็กยกขึ้นมากุมปลายจมูกด้วยความเจ็บก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือกว้างที่จับข้อมือตนไว้ ลมอุ่นๆรดบริเวณที่กระแทกก่อนจะตามด้วยริมฝีปากหนาที่ประทับลงบนหน้าผากใส ดวงตาหลับพริ้มด้วยความอบอุ่นใจกับสัมผัสอันอ่อนโยน
เหมือนกับควบคุมตัวเองไม่ได้เลย...ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร
ทำไมถึงมานอนที่บ้านฉันล่ะเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้าก่อนจะจดจ้องนัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยความรู้สึกที่แปลกออกไปแต่ก็ไม่หลบนัยน์ตาคู่คมนั่น
ผมกลัวเจ้านายจะคิดมาก เลยจะมานั่งเฝ้า
เขาคิดแค่นั้นเองเหรอ
“พูดเหมือนที่พูดกับคนในบ้านสิ แล้วก็เรียกว่าพี่ ได้ไหม?”
“.....” ส่ายหน้าน้อยๆเป็นการปฏิเสธ ไม่เอาหรอก เรื่องอะไรจะทำกัน
“แค่ตอนที่อยู่ด้วยกันสองคนก็พอ”
“แต่ว่า...”
“ไม่ใช่คำสั่งของเจ้านายหรอก เป็นคำขอร้องของผู้ชายธรรมดาที่ชื่อบยองฮอน ก็แค่นั้น”
“.....” เจ้านายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เก่งจริงเรื่องทำให้ใจอ่อนเนี่ย
“ไม่ได้เหรอ?”
“ได้ฮะ” เป็นอีกครั้งที่ต้องยอม ยอมมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว นับไม่ถ้วนเลยจริงๆ
“ขอบใจนะ” ดวงตาคู่คมที่จ้องลึกเข้ามามันทำให้รู้สึกราวกับหัวใจนั้นเสียการควบคุม เห็นเพียงเงาของตนที่ปรากฏบนดวงตาสีเข้มที่ชานฮีเองก็เพิ่งรู้ว่ามันมีเสน่ห์มากเพียงใด
บอกน้องหน่อยได้ไหมฮะ ว่าชอบกับรักมันต่างกันยังไงเอ่ยถามไปตามความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพราะความใกล้ชิดที่ได้รับ
ความรู้สึกที่บยองฮอนยอมรับกับตัวเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
แต่ชานฮีกลับเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ชอบ ก็แค่อยากเจอ แต่ถ้ารัก ก็คือเราไม่อยากจากความเงียบทิ้งตัวลง ได้ยินแค่ความคิดที่ไหลวนไปมาในสมอง ทบทวนทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นก่อนจะยกยิ้มให้กับคนตัวสูงน้อยๆ
แต่น้องไม่ใช่แค่อยากเจอกับพี่นะ น้องไม่อยากจากไปไหนเลย ไม่อยากให้พี่บยองฮอนจากน้องไปไหนด้วยความเงียบทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ฝ่ามือกว้างสอดประสานมือน้อย ดันกายบางให้แนบชิดติดกับประตูตู้ จรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางของอีกฝ่าย มอบจุมพิตอ่อนโยนให้แก่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่จังหวะหัวใจนั้นเต้นแรงขึ้นเสียจนเขาได้ยิน
โอบรัดเอวบางเข้าแนบชิดด้วยรู้ดีว่าแข้งขาเรียวนั้นสั่นเสียจนแทบจะล้ม ไล่ต้อนคนที่ยังอ่อนหัดให้จนมุมอย่างเชื่องช้า สองแขนเล็กที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของชายหนุ่มโดยที่วงแขนแกร่งก็ยังคงโอบรอบเอวบางไว้ไม่ยอมปล่อย ด้วยความหอมหวานที่ยากเกินจะห้ามใจทำให้ลำบากนักที่จะถอนตัว กลีบปากบางเผยอรับครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งทำให้ไฟแห่งความต้องการยิ่งลุกโชน
จูบแรกระหว่างกันช่างเป็นอะไรที่ลืมไม่ลง
แต่ก็ต้องตัดใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มที่จะขาดอากาศหายใจ ริมฝีปากหนาจูบซับครั้งสุดท้ายก่อนจะเลื่อนมายังพวงแก้มเนียน แนบใบหน้าชิดกับผิวที่เริ่มจะร้อนระอุ เสียงหอบน้อยๆนั้นยิ่งทำให้ไม่กล้าที่จะละออกเพื่อมาดูอาการของคนตัวเล็ก กลัวว่าอีกคนจะอยู่ในสภาพที่ทำให้เขาไม่สามารถห้ามใจได้
ขอโทษ
ฮึกเสียงสะอื้นน้อยๆทำให้คนฟังถึงกับทำอะไรไม่ถูก ฝ่ามือกว้างดันศีรษะเล็กให้ซบลงกับไหล่เปลือยเปล่าของตน โอบกอดไว้แน่นด้วยความรู้สึกอยากปกป้อง อยากดูแล
แต่เขากลายเป็นคนที่ทำให้ชานฮีต้องเสียใจ
มันจะเป็นครั้งสุดท้าย พี่สัญญา เด็กดีวงแขนเล็กที่ยังคงโอบรอบลำคอแกร่งค่อยๆขยับแน่นขึ้น เบียดกายเข้าหาพร้อมกับปล่อยให้หยาดน้ำตาร่วงหล่นบนไหล่กว้างนั้น ไหล่ที่ไม่พร้อมจะแบกรับความเสียใจคือความอ้างว้างใดๆอีกแล้ว
น้องรู้ว่ามันผิด น้องรู้ ฮึก
พี่ไม่รู้ว่าทำไม แต่พี่ต้องการเรา ไม่ใช่อารา
น้องไม่อยากให้พี่บยองฮอนทุกข์ แต่มันผิด น้องต้องไม่ทำมัน ฮือ
อย่าร้องนะเด็กน้อย อย่าร้อง พี่จะหยุดมันไว้แค่นี้
น้องไม่ได้รักพี่แบบคนรักใช่ไหม น้องก็แค่เป็นห่วงพี่ ฮึก ก็เท่านั้นเองร่างสูงผละออกจากคนตัวเล็กที่สะอึกสะอื้น ปลายนิ้วหัวแม่มือปาดหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงสู่ใบหน้า จ้องมองนัยน์ตาที่คลอไปด้วยน้ำใส
หลงใหล แต่ไม่กล้าจะหลวมตัว
น้องบอกตัวเองทุกคืนว่าชานฮีแค่หลงพี่ มันไม่ใช่ความรัก น้องแค่หลง เข้าใจไหมว่าน้องแค่หลงคนตัวเล็กตะโกนเสียงดังก่อนจะพยายามถอยกายออกห่างจากคนตัวสูงซึ่งยอมปล่อยออกโดยง่ายดาย นัยน์ตาคมจดจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาด้วยความเจ็บปวด ร่างเล็กค่อยๆทรุดลงไปนั่งกับพื้นยกมือขึ้นปิดใบหน้า สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
เรายังรู้จักกันไม่ถึงสี่เดือน มันไม่ใช่ความรักหรอก ไม่ใช่
ชานฮีร่างสูงย่อตัวลง เอื้อมมือแตะข้อมือบางที่ค่อยๆลดลงเผยให้เห็นใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา รั้งคนตัวเล็กเข้าหาโอบกอดเพื่อปลอบโยน ก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนกลุ่มผมหอมกรุ่นด้วยหัวใจที่อ่อนล้า
ทำไมต้องเป็นแบบนี้
ทำไมชานฮีต้องเจ็บปวด ทำไม
เราไม่ได้คิดอะไรกับพี่หรอกเด็กน้อย เราไม่ได้คิดอะไรพูดเองน้ำตาไหลเอง ชานฮีกำลังสับสนและต้องการคำยืนยันความรู้สึกของตัวเอง หัวใจดวงน้อยที่ไม่เคยผ่านความรักของผู้ใหญ่ดวงนี้กำลังไหวเอน แต่ไม่เป็นไร
เขาจะเป็นคนที่ทำให้ชานฮีมั่นคงเอง
งั้นเสาร์อาทิตย์หน้าพี่จะไปอยู่กับอารา เราก็อยู่กับที่บ้านก็แล้วกัน
ไม่เอา ไม่ น้องไม่ให้ไป ไม่เอา ฮึก น้องอยากเจอพี่บยองฮอน ไม่อยากให้พี่ทิ้งชานฮีไปไหน ไม่เอา ไม่ไปนะฮะ ไม่ไปพูดวนไปวนด้วยคำเดิมๆจนคนฟังต้องใจอ่อน เด็กน้อยในอ้อมกอดนี้ต้องการเขา และเขาเองก็ต้องการชานฮี แต่มันก็แค่ความเพ้อฝัน มันไม่มีทางเป็นไปได้ในความเป็นจริง
น้องชอบให้พี่บยองฮอนอยู่กับน้อง แต่ไม่ชอบให้พี่พูดว่าไม่รักคุณอารา ฮึก พี่จะเลิกกับคุณอาราไม่ได้ ไม่ ฮึกร่างสูงแนบใบหน้าลงกับศีรษะเล็ก ปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้า ชานฮีจะรู้ไหมว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เขาต้องการชานฮี แต่ก็ไม่ยอมปล่อยผู้หญิงอีกคนไปเจอคนที่อาจจะดีกว่าเขา แต่เขาจะกล้าทำร้ายอาราได้ยังไง เขากล้าที่จะเดินเข้าไปบอกอาราหรือว่าเขาไม่เคยรักอาราเลย จะกล้าเดินเข้าไปทำให้ผู้หญิงคนนึงร้องไห้และเดินออกมาโดยไม่ใส่ใจอะไรเลยอย่างนั้นหรือ เขาไม่มีทางทำได้หรอก ไม่มีทาง
แต่จะให้เขาปล่อยชานฮีไป เขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน อยากจะรั้งชานฮีไว้ อยากจะตอกย้ำให้หัวใจดวงน้อยนี้ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันคือการเริ่มต้นความรัก แต่เขาก็ทำมันไม่ได้ เพราะนั่นคือการทำร้ายเด็กน้อยที่แสนบริสุทธิ์ให้เปรอะเปื้อน
เขาทำลายความไร้เดียงสานี้ไม่ได้
พี่จะไม่เลิกกับอารา แต่จะไม่ทิ้งเราเหมือนกัน อย่าร้องเลยเด็กน้อย อย่าร้องเลยความอ่อนล้าถาโถมเข้าสู่หัวใจที่บอบช้ำ เหนื่อยเสียจนไม่อยากจะหายใจ ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น ไม่อยากแม้แต่จะขยับตัว
แต่ฉันขออย่างนึงได้ไหมคนตัวเล็กผละออกจากกายหน้า จดจ้องไปยังใบหน้าคมพลางขมวดคิ้ว คนมองได้แต่ยกยิ้มอย่างเอ็นดู ยกมือขึ้นจับแก้มใสที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา
อย่าพูดถึงอาราได้ไหมเวลาอยู่ด้วยกัน
ไม่ว่าจะทางไหนมันก็ไม่ถูกไม่ควรด้วยกันทั้งนั้น
พี่ก็ห้ามพูดถึงน้องเวลาอยู่กับคุณอารา นะฮะความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นอย่างท่วมท้น ไร้ซึ่งจิตสำนึกว่ามันคือสิ่งที่ผิด แต่เพียงแค่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าใสนี้เขาก็ยอมที่จะตกลงสู่บึงไฟกำมะถัน ยอมที่จะทนรับความเจ็บปวดนิจนิรันดร์เพื่อแลกกับรอยยิ้มจากคนตรงหน้านี้
พี่กำลังสอนให้เรารู้จักความเห็นแก่ตัว ชานฮี เรามันไร้เดียงสาเกินไป
ทั้งเขาและชานฮีกำลังและชานฮีกำลังเห็นแก่ตัว
เขา...เห็นแก่ตัวที่อยากอยู่ใกล้กับชานฮีแม้จะรู้ว่ากำลังทำผิดต่ออีกคน
ชานฮี...กำลังเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมปล่อยเขาไปแม้จะรู้ดีว่าการรั้งเขาไว้มันคือสิ่งที่ผิด
แต่คนเราทุกคนมันก็เห็นแก่ตัวกันหมดไม่ใช่เหรอ ใครจะทำเพื่อคนอื่นได้มากจนลืมนึกถึงตัวเองกัน
เราไม่ได้ทำอะไรเกินเลยนี่ฮะ ใช่ไหมยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสมเพสตัวเอง เขาต้องอยู่กับชานฮีโดยไม่มีสิทธิ์จะคิดเกินเลย หากเลือกได้เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปเพื่อที่จะได้ไม่รับเจ้าหนูนี่เข้าทำงานในตำแหน่งที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ หากเขาไม่อยากเข้าใกล้เจ้าหนูนี่ตั้งแต่ต้น เขาอาจจะไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนตอนนี้
ถ้าเรามีความสุข พี่ก็ยอม
ขอบคุณพี่บยองฮอนมากนะฮะ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งน้องกายเล็กโน้มเข้าหาคนตัวสูงก่อนที่วงแขนจะโอบรอบลำคอแกร่ง แนบใบหน้าลงกับไหล่กว้างเหมือนที่ชอบทำกับคนในครอบครัว รู้สึกได้ถึงวงแขนแกร่งที่โอบรอบลำตัวพร้อมกับใบหน้าคมที่ซบลงบนไหล่
อบอุ่นและปลอดภัย
ยกยิ้มน้อยๆก่อนจะละใบหน้าออก คลายวงแขนน้อยๆ จดจ้องไปยังนัยน์ตาคมสีเข้ม เอ่ยความต้องการลึกๆราวกับไม่ได้รับรู้เลยว่าสิ่งที่ตนพูดออกไปนั้นมันคืออะไร


พี่บยองฮอน จูบน้องที





T B C .





มันก็เป็นซะอย่างนี้ ถ้าอีพี่มันหน้ามืดแล้วปลุกปล้ำขึ้นมาจะทำยังไงกัน
อยากจะบอกว่าสิ่งที่พี่ยูชอนกลัวมันเกิดขึ้นไปแล้วล่ะค่ะ แต่น้องพี่มันดันไม่รู้ตัวเอง
รึอาจจะรู้แต่เลือกที่จะไม่ยอมรับว่ามันคืออะไร แต่ใครที่กังวลเรื่องพี่ชายเขา...
ไม่มีอะไรให้กังวลหรอกค่ะ พี่เขาไม่ได้ดุถึงขนาดนั้น เขาแค่ห่วงน้องก็เท่านั้นเอง
อ่อ ยืนยันอีกที เรื่องนี้มี 16 ตอน /จำไม่ได้ว่าสรุปมีเท่าไหร่ ตอนนี้ชัดเจนละ
แล้วถ้าใครอ่านกะคอม ตัวหนังสือใหญ่เล็กยังไง บอกได้นะคะ





1 comment:

  1. เอาแล้วไงล่ะเจ้าหนูร่ายมนต์จนโง่หัวไม่ขึ้นล่ะบยองเอ้ย
    ..หน่วงว่ะหน่วงไม่รู้จะเข้าข้างใครดีชานฮีอิพี่นี่ก็ปลื้มส่วนอารา..เหอะแสนดี..บยองมันอยู่ที่แกเลือกโว้ยเลือก..เสียใจไม่ตายหรอก มั้ง..แอบมีน้ำในตา

    ReplyDelete