ความเงียบที่ทิ้งตัวลงทั่วทั้งบริเวณห้องอย่างน่ากลัวกดดันให้คนแอบกินขนมถึงกับต้องก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองคนเป็นเจ้านายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทั้งนม ทั้งขนมปังและน้ำวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้านายหน้านิ่งโดยคนตัวเล็กได้แต่ยืนก้มหน้าสำนึกผิดเสียจนคางแทบจะติดอก สองมือกุมกันอยู่ด้านหน้ามองดูแล้วเหมือนเด็กน้อยที่กำลังรอครูพิพากษาความผิดอย่างไรอย่างนั้น
ชานฮีได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้เจ้านายอย่าโกรธตน แต่ความเงียบที่บังเกิดขึ้นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยนั้นแทบจะหยุดเต้นจากตอนแรกที่เต้นถี่รัวด้วยความตกใจ ความกดดันภายในห้องยิ่งเพิ่มสูงเพราะดูเหมือนว่าคุณบยองฮอนไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไรเสียที แต่ครั้นจะให้ชานฮีเอ่ยปากอธิบายทั้งๆที่ยังไม่ได้ยินคำถามก็กระไรจึงได้แต่ปิดปากเงียบ
“ทำไมเอาขนมปังมาทานให้ห้อง” คนถูกถามแทบจะกระโดดเพราะความตกใจ ใบหน้าใสค่อยๆเงยขึ้นมองร่างสูงที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักอย่างหวาดกลัวพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น
“ฉันถาม”
“ผมกลัวมาทำงานไม่ทันก็เลยไม่ได้ทานข้าวมาฮะ แล้วแม่ก็ให้ขนมปังกับนมมารองท้อง น้องก็เลย...” เอ่ยตอบด้วยความตกใจจนคำแทนตัวนั้นผิดถูกไปหมด และท้ายประโยคนั้นก็เบาลงจนคำพูดเลือนหาย คนตัวเล็กก้มหน้าลงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นนิ่งเสียจนน่ากลัว ก็ใครจะไปรู้ว่าคุณบยองฮอนจะมาก่อนเวลา
“แล้วทำไมไม่ทานมาก่อน”
“กลัวสายครับ ให้คุณรอคงไม่ดี” ตอบเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร “แต่จะไม่ทำแล้วนะครับ ผมขอโทษ” ก้มศีรษะลงเพื่อแสดงว่าตนนั้นสำนึกผิดจริงๆ ส่วนคนมองก็ได้แต่ถอนหายใจน้อยๆกับการกระทำของเด็กตรงหน้า แน่ใจหรือว่าเรียนจบปริญญาตรีแล้ว นึกว่าเด็กเพิ่งจบมัธยมเสียอีก
“ถ้ากินแค่นี้จะอยู่ได้ถึงเที่ยงไหม เวลาตอบก็เงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วย”
“ถึงครับ อีกสามชั่วโมงก็เที่ยงแล้ว” เงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยสีหน้าสำนึกผิดเสียเหลือเกินจนคนมองต้องถอนหายใจอีกระรอก นี่เขายังไม่ได้ว่าอะไรสักคำไม่ใช่หรือยังไง
“ไปเอาเก้าอี้มานั่งแล้วก็ทานให้หมด เดี๋ยวฉันจะสอนงานให้” ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มทันทีก่อนจะก้มศีรษะลงพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณอย่างสดใสผิดจากเมื่อสักครู่นี้อย่างลิบลับ บยองฮอนได้แต่ส่ายศีรษะกับอาการดีใจเกินเหตุของอีกฝ่ายก่อนที่จะต้องนิ่งเมื่อนึกย้อนถึงตัวเอง เมื่อครั้งยังเด็กแม่เขาไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้ง แม้แต่จะถามว่าทานอะไรหรือยังเขายังจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยินนั้นมันเมื่อไหร่กัน
เสียงลากเก้าอี้ของคนตัวเล็กเรียกให้ต้องหลุดจากห้วงความคิดและตั้งสติเพื่อเผชิญกับโลกแห่งความจริงอีกครั้ง เจ้าหนูน้อยของเขานั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะรีบคว้าขนมปังและนมขึ้นมายัดเข้าปากอย่างเร่งรีบจนกระทั่งเกิดอาการสำลัก มือบางวางกล่องนมลงก่อนจะคว้าขวดน้ำขึ้นมากระดก เมื่ออาการสำลักหายไปก็จัดการกัดขนมปังแล้วเคี้ยวตุ้ยๆด้วยสีหน้ามีความสุขเสียเต็มประดา
“ไม่ต้องรีบหรอก ฉันไม่ได้ว่าอะไร” คนที่ขนมปังคาปากยกยิ้มน้อยๆก่อนจะโค้งศีรษะลงอีกครั้งพร้อมกับคำขอบคุณหากแต่ไม่ชัดนักรวมถึงมือที่ยังมีขวดน้ำกับขนมปังอีก เขาคิดผิดหรือเปล่าที่รับเจ้าเด็กนี่มา
“หน้าที่นายคือแยกเอกสารที่ฉันต้องเซ็นว่าอันไหนสำคัญมากสำคัญน้อย” คนตัวเล็กเหลือบตาขึ้นมามองใบหน้าคมก่อนจะพยายามกลืนขนมปังที่อยู่ในปากให้ลงคอให้เร็วที่สุด
“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ” ฟันเล็กกัดขนมปังอีกครั้งพร้อมกับมองไปยังแฟ้มสีดำที่มือใหญ่นั้นส่งมาให้ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูว่าหน้าแฟ้มนั้นมีอะไรเขียนไว้หรือเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีตัวอักษรใดๆก็เงยหน้าขึ้นหาเจ้านายเป็นเชิงถาม
“เมื่อคืนฉันทำสรุปวิธีจำแนกมาให้ เวลาอ่านก็ทำความเข้าใจให้ดีถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม” คนตัวเล็กเอียงคอมองความหนาของความหนากระดาษที่อยู่ในแฟ้มก่อนจะเงยขึ้นไปสบตากับเจ้านายอีกครั้งอยากตะลึงเล็กๆ กระดาษในแฟ้มนี้มีไม่น่าจะเกินห้าแผ่น แล้วมันจะช่วยให้เขาสามารถแยกได้จริงๆเหรอ
“ถ้าผมถามคุณเยอะแยะคุณจะรำคาญไหมครับ” คนถูกถามจ้องนัยน์ตาใสแจ๋วกลับแล้วยกยิ้มน้อยๆ มือกว้างหยิบปากกาและแฟ้มขึ้นมาเพื่อที่จะได้อ่านและตัดสินใจว่าจะเซ็นอนุมัติหรือไม่ ส่วนคนที่ไม่ได้คำตอบของคำถามที่ตนข้องใจก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตายัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปากอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
เจ้านายคงรำคาญเขาแล้วล่ะ
ส่วนคนเป็นเจ้านายเมื่อต้องยกยิ้มน้อยๆเมื่อเหลือบตาขึ้นมาเจอกับภาพเด็กน้อยที่เบ้ปากเคี้ยวขนมปังก่อนที่เจ้าตัวจะคว้านมขึ้นมาดูด นี่คงคิดว่าเขารำคาญสินะถึงได้ทำหน้าทำตาแบบนั้น อยากรู้นักว่าที่บ้านของเจ้าหนูฟิคเกียร์จะอบอุ่นขนาดไหนกัน ลูกชายไม่กินข้าวเช้าคนเป็นมารดาก็ส่งขนมปังกับนมมาให้ ผิดจากเขาที่มีแค่คุณนมเท่านั้น แม้กระทั่งครั้งที่ไม่สบายจนเข้าโรงพยาบาลก็มีเพียงคุณนมที่อยู่ดูแล
อยากสัมผัสสักครั้งว่าความอบอุ่นจากครอบครัวมันเป็นยังไง
* * *
มือน้อยที่เคยชี้ตัวหนังสือสีดำเพื่อความสะดวกในการอ่านและทำความเข้าใจเลื่อนมากุมที่หน้าท้องเมื่อรู้สึกถึงเสียงดังโครกครากที่แว่วมาถึงโสตประสาทราวกับจะเตือนว่าเลยเวลาอาหารมาแล้วพอสมควร สายตาเลื่อนไปมองหน้าปัดนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะถอนหายใจ นี่ก็จะบ่ายแล้วเจ้านายไม่คิดจะปล่อยเขาไปกินข้าวหรือยังไง
เมื่อสักสองสามชั่วโมงก่อนหลังจากที่พยายามทำความเข้าใจกับวิธีแยกเอกสารเจ้านายก็ให้เอกสารมาหนึ่งกองแล้วบอกว่าลองแยกดู เมื่อแยกเสร็จก็ส่งให้ตรวจว่ามีอะไรผิดพลาดเจ้านายก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะส่งเอกสารกองใหม่มาให้ เป็นแบบนี้มาสองสามรอบจนกระทั่งเวลาล่วงเลยเวลาทานอาหารมาเกือบชั่วโมง
ความจริงแล้วชานฮีหิวตั้งแต่สิบเอ็ดโมงครึ่งด้วยซ้ำเพราะขนมปังที่แม่ให้มามันเล็กเสียเหลือเกิน เห็นตัวเล็กแบบนี้ก็มั่นใจว่าถ้าลองแข่งกินเอาปริมาณคนตัวใหญ่หลายคนอาจจะแพ้ แต่พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นเจ้านายเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดตรวจเอกสารก็ได้แต่จ๋อยเพราะเขาเองก็ไม่กล้าบอก จนเลยมาถึงเที่ยงเจ้านายก็ยังคงเงียบและดูว่าจะไม่มีวี่แววที่จะบอกให้ไปหาอะไรลงท้องเลยสักนิด
“เอ่อ เจ้านายครับ” เอ่ยเสียงเบาด้วยเกรงว่าคนที่กำลังมุ่งมั่นกับการทำงานนั้นจะไม่พอใจ
“มีอะไร”
“จะบ่ายแล้วครับ”
“ทำไมล่ะ”
“หิว” นัยน์ตาคมเหลือบขึ้นมามองเด็กน้อยข้างหน้าที่ส่งยิ้มแห้งๆมาให้ก่อนจะปิดแฟ้มเอกสารลงแล้ววางลงบนโต๊ะ
“อยากกินอะไรล่ะ”
“ไม่รู้สิครับ คงหาอะไรแถวๆนี้” ตอบตามอย่างที่คิดเพราะชานฮีเองก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไรจริงๆนั่นแหละ ในตอนนี้ชานฮีไม่คิดหรอกว่าจะกินอะไรแต่คิดเพียงว่าทำยังไงถึงจะได้ลงไปกินต่างหาก
“งั้นก็ลงไปพร้อมกันนี่แหละ” ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปยังประตูห้องเพื่อที่จะได้ลงไปหาอะไรทานสักทีหากแต่คนเป็นผู้ช่วยได้แต่นั่งทำหน้างงก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับพยายามใช้ความคิด
“จะลงไปกินไหม” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นส่งให้คนตัวเล็กสะดุ้งน้อยๆก่อนที่จะรีบวางข้าวของในมือแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาเจ้านายตัวโตหน้านิ่งที่ยืนรออยู่
“เจ้านายครับ”
“มีอะไรอีก” คนตัวสูงถามในขณะที่มือกว้างเปิดประตูออกเพื่อให้ผู้ช่วยตัวเล็กเดินออกไปก่อนซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ทำหน้างงแล้วรีบเดินออกมาเมื่อเจอกับสีหน้าดุๆนั่น
“ข้างล่างมีอะไรให้กินบ้างครับ คือผมไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี” คนถูกถามถอนหายใจน้อยๆก่อนจะปล่อยมือจากประตูแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ ที่ยังไม่ตอบไม่ใช่ว่าขี้เกียจตอบแต่เพราะกำลังนึกว่าข้างล่างมันมีอะไรบ้างเพราะปกติแล้วเขาจะโทรสั่งให้เลขาเป็นคนซื้อมาให้ถ้าอยากจะกินอะไรขึ้นมา
“ไม่รู้สิ ไม่เคยลงไปดู”
“อ้าว แล้วเจ้านายไม่กินข้าวเที่ยงเหรอครับ”
“นานๆกินที ปกติจะสั่งให้โบคยองซื้อมาให้ เขาอยากซื้ออะไรก็ซื้อไม่ได้สั่งเป็นพิเศษ” คนฟังเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากอย่างที่ชอบทำเวลาสงสัยอะไรแต่ก็ต้องร้องโอ๊ยเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านหน้าที่รุนแรงจนกระทั่งแทบจะหงาย
“เหม่ออะไร” คนทำความผิดได้แต่ก้มหน้าก้มตาอย่างรู้ชะตากรรมที่ตนมัวแต่คิดนู่นคิดนี่จนกระทั่งเดินชนหลังเจ้านายก่อนจะเอ่ยคำขอโทษซึ่งคนฟังถึงกับต้องกรอกตา
“วันนี้พูดคำว่าขอโทษมากี่ครั้งแล้วอี ชานฮี แล้วจะตอบได้หรือยังว่าเหม่ออะไร”
“ก็แค่งงว่าทำไมนานๆเจ้านายถึงกินข้าวเที่ยงทีแล้วถ้าเจ้านายไม่รู้ว่าข้างล่างมีอะไรกิน เราสองคนจะไปหาอะไรกินกันยังไงก็แค่นั้นเองครับ” นั่นสินะ ทั้งเขาและชานฮีไม่มีใครรู้ว่าข้างล่างมีอะไรกินบ้าง ส่วนเขาก็รู้แค่ว่าพนักงานส่วนมากจะชอบไปกินที่ตลาดที่อยู่ไม่ไกลนักแต่ก็ไม่เคยไปเลยสักหนแม้ว่าจะขับรถผ่านหลายทีแล้วก็ตาม
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนที่มือกว้างจะกดหมายเลขหนึ่ง ไม่นานนักประตูก็ปิดลงส่วนชานฮีก็ได้แต่ทำหน้างงเพราะยังไม่รู้ว่าจะกินข้าวที่ไหนอะไรยังไง เพราะเจ้านายก็ดูเหมือนว่าจะไม่รู้จักพื้นที่รอบๆนี้เลย ข้อมือเล็กยกขึ้นมาดูเวลาก่อนจะต้องยกยิ้มน้อยๆเมื่อพบว่าได้เวลาบ่ายพอดี
“ยิ้มอะไร”
“ก็บ่ายพอดีเลย ป่านนี้พนักงานคงทยอยกลับมาทำงานกันแล้วล่ะครับ ผมจะได้เดินสำรวจได้สบายๆไงว่ามีร้านไหนน่ากินบ้าง” พูดจบก็ก้าวขาออกไปเมื่อเห็นว่าตนนั้นถึงที่หมายแล้ว คนตัวเล็กวิ่งดุ๊กๆไปยังหน้าบริษัทก่อนจะรีบวิ่งกลับมาหาเจ้านายที่ค่อยๆเดินเสียจนระยะห่างนั้นมันเริ่มที่จะมากเกินไป
“เจ้านายครับ คือผมอยากถามว่าแถวนี้มีที่ที่พนักงานชอบไปกินกันไหมครับ”
“มีสิ ตามฉันมา” ขายาวก้าวไปตามทางซึ่งคนตัวเล็กก็ได้แต่เดินตามไปเงียบๆเพราะตนนั้นยังไม่รู้จักสถานที่รอบๆตึกนี้ ไม่นานนักก็มาถึงตลาดเล็กๆที่มีร้านอาหารตามสั่งเรียงรายเต็มไปหมด ดวงตาใสมองอย่างตื่นเต้นก่อนจะหันไปมองเจ้านายที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“แล้วเจ้านายจะกินอะไรเหรอครับ เปลี่ยนคำถามดีกว่า ปกติเจ้านายกินอะไรเหรอครับ”
“ก็กินเหมือนคนปกติอย่างนายกินนั่นแหละ” คนฟังคำตอบได้แต่ยู่ปากอย่างฉุนเล็กๆกับคำตอบที่แสนจะน่าหมั่นไส้นั่น แต่พอนึกไปนึกมาก็ต้องยกยิ้มเพราะเจ้านายบอกว่านานๆจะกินข้าวเที่ยงทีแล้วเวลาจะกินก็จะโทรบอกคุณโบคยองก็แสดงว่าเจ้านายอาจจะไม่เคยลงมากินข้าวที่นี่ก็เป็นได้ ก็ชุดสูทแสนหรูที่ร่างสูงนี่ใส่มันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้านายของเขานั้นไฮโซเพียงใดเพราะฉะนั้นอาหารจานเดียวราคาถูกๆแบบนี้คงเป็นเรื่องแปลกใหม่ไม่น้อย
“งั้นผมไปเดินดูก่อนดีกว่า ข้างในคงร้อนน่าดูเจ้านายอย่าเพิ่งเข้าไปเลยนะครับ” คนตัวเล็กทำท่าจะวิ่งเข้าด้านในหากแต่ไหล่บางนั้นถูกจับไว้จึงต้องหันหน้ามามองเป็นเชิงถามว่าทำไม ส่วนคนเป็นเจ้านายที่เห็นว่าตัวเองเริ่มจะเกินไปสักหน่อยก็ชักมือกลับแล้วนำเข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิม
“เข้าไปด้วยกันนี่แหละจะเดินหลายรอบทำไม อยากกินร้านไหนก็เอาเลย ฉันกินไม่ยากหรอก” คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะเดินแกมวิ่งเข้าไปในตลาดซึ่งบยองฮอนก็เพียงแค่เร่งความเร็วขึ้นอีกนิดก็เดินตามทันเจ้าหนูเพราะช่วงขาที่ยาวกว่า
เจ้าหนูของเขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆผ่านไปประมาณสักสิบกว่าร้านก็หันมามองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้ม คนเป็นเจ้านายก็ได้แต่พยักหน้าเพราะรู้ว่าคงจะเจอร้านที่ถูกใจเข้าให้แล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ลงทุนยิ้มหวานขนาดนั้นหรอก
“เจ้านายอยากกินอะไรลองดูเลยนะครับ” มือน้อยส่งเมนูที่ทำจากแผ่นกระดาษเอสี่เคลือบพลาสติกให้ร่างสูงหลังจากที่ชวนกันนั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว มือกว้างหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเหลือบตามองเจ้าหนูน้อยที่คว้าปากกากับกระดาษมาขีดๆเขียนๆ
“เขียนอะไร”
“อ้อ ข้าวที่จะกินไงครับ”
“แล้วทำไมเขาไม่มาจด” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับเจ้านายที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยกินข้าวข้างทางแบบนี้ ในใจก็นึกชื่นชมอยู่ไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงปฏิกิริยาว่ารังเกียจอะไรเลยแม้แต่น้อย
“ร้านเล็กๆใครเขาอยากจะเสียเงินจ้างคนจดล่ะครับ ส่วนมากลูกค้าจะบริการตัวเองทั้งนั้นแหละ” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาลงไปเขียนต่อปล่อยให้เจ้านายเลือกอาหารที่อยากลองต่อไป เมื่อเขียนเสร็จก็เดินไปหยิบน้ำดื่มมาสองขวดจากตู้แช่เย็นที่อยู่ไม่ไกลนักมาเปิดพร้อมกับใส่หลอดลงไปในขวดให้เจ้านายหนึ่งขวดและของตัวเองหนึ่งขวด
“ได้หรือยังครับ”
“เอาเหมือนนายก็แล้วกัน” ชานฮีอมยิ้มน้อยๆก่อนจะแก้ตัวเลขหลังเมนูให้เป็นเลขสองแล้วเดินไปส่งให้แม่ค้าร่างท้วมที่ยืนรออยู่
“ขอแบบอร่อยสุดๆไปเลยนะฮะ” แม่ค้าพยักหน้ารับก่อนจะหันไปทำเมนูอาหารที่ลูกค้าสั่ง คนตัวเล็กกลับมานั่งที่ก่อนจะมองซ้ายมองขวาว่ามีร้านขนมนมเนยอยู่แถวนี้หรือไม่ เพราะถ้ามีจะได้วิ่งไปซื้อเสียเดี๋ยวนี้เพราะเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จจะได้กินขนมหวานต่อเลย
“ถ้าฉันให้นายนั่งเฉยๆสักนาทีนายจะตายไหม” คนถูกถามหันมามองใบหน้าคมของเจ้านายก่อนจะหุบยิ้มลง ชานฮีเริ่มที่จะกลัวว่าเขาอาจจะสร้างความรำคาญให้เจ้านาย แต่เขาก็พยายามอยู่นิ่งๆแล้วนะ พยายามแล้วจริงๆ
“ขอโทษครับ”
“แล้วนับบ้างไหมว่าขอโทษฉันมาแล้วกี่หน แล้วฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยนะ”
“ก็ผมทำให้เจ้านายรำคาญนี่ครับ” ตอบด้วยน้ำเสียงสลดเสียจนคนฟังต้องรู้สึกผิด บยองฮอนได้แต่ถอนหายใจกับอาการของคนตรงหน้าก่อนจะคว้าขวดน้ำขึ้นมาดื่มด้วยความที่ว่าอากาศนั้นอบอ้าวมากเกินไป
“ฉันไม่ได้รำคาญหรอก ก็แค่แปลกใจ”
“ผมน่าแปลกใจเหรอครับ” ได้แต่ส่ายหัวกับอารมณ์ที่เปลี่ยนอารมณ์เร็วราวกับมีปุ่มกดสั่งการ เมื่อครู่นี้ยังเศร้าสลดอยู่เลยไม่ใช่เหรอแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มาทำหน้าตาขี้สงสัยใส่เขาแบบนี้กัน
“บางทีฉันก็อยากเป็นแบบนายนะ”
“ทำไมล่ะครับ เจ้านายทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังมีบริษัทใหญ่โต ทำไมถึงอยากเป็นเด็กจนๆแบบผม เรียนจบก็ต้องมาหางานทำ ลำบากจะตาย เกิดมารวยก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปครึ่งนึงแล้วนะครับ น่าอิจฉาออก” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายนิดๆก่อนจะใช้นิ้วจิ้มโต๊ะไปมาเมื่อรู้สึกว่ามือมันเริ่มที่จะว่างมากเกินไป บยองฮอนมองแบบนึกเอ็นดูกับท่าทางราวกับเด็กอายุสิบขวบของคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา
คนทุกคนล้วนคิดว่าชีวิตบนกองเงินกองทองแบบเขาน่ะมันสุขสบายเสียจนน่าอิจฉา มันก็จริงที่สบายแต่ถามว่าน่าอิจฉาไหมเขาเองก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน คนระดับสูงแบบเขาที่มีแต่คนพร้อมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เมื่อลงมาเดินพื้นข้างล่างกลับกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกับเมื่อสักครู่ที่เขาบอกว่าจะกินเหมือนชานฮีเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไร บางทีชีวิตสุขสบายแบบนั้นมันอาจจะไม่ได้หมายความว่าประสบความสำเร็จหรอก โลกใบนี้มันมีอะไรอีกตั้งมากมายหลายอย่างที่เขายังไม่รู้และไม่เคยลอง
“ได้แล้วจ้าหนู” เสียงของแม่ค้าดังขึ้นเรียกให้ชานฮีต้องรีบหันไปมุ่งความสนใจกับจานข้าวที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง คนตัวเล็กรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเที่ยงที่เพิ่งจะได้กินในยามบ่ายเข้าปากพร้อมกับทำหน้าเอร็ดอร่อยเสียเต็มประดาแต่ก็ต้องยุติความสุขจากการกินลงเมื่อเห็นว่าเจ้านายนั้นนั่งมองหน้าตาของอาหารนิ่งงันและดูเหมือนว่าจะไม่รู้จักเสียด้วยสิ
“นายสั่งอะไรมาให้ฉันกิน”
T B C.
อ่า ตอนแรกว่าจะมาทุกวันอังคาร นี่มาก่อน คือการบ้านเยอะ เยอะมาก
ข้อสอบเทคโฮมสองวิชา การบ้านอีกหนึ่งกระตัก อืมมมมมมมมมมมมม
บางทีฉันก็นะว่าฉันกำลังเรียนปริญญาควบสองใบหรืออะไร ทำไมเยอะแยะ
ฟิคลูกกวาง ไม่น่าจะทันในอาทิตย์นี้ เก็บใส่กล่องแป๊ปนึง ตบตีกับข้อสอบก่อน
ส่วนคุณเลขาคิม โบคยอง ก็สเตฟานี่ เดอะเกรซนั่นแหละค่ะ /ใครทันนี่น่าคิดนะ 555+
#คตตทลต สิงเรื่องนี้ไปก่อนนะคะ สะบัดตัวหลุดจากงานเมื่อไหร่ค่อยไปสิงลูกกวางกัน
ปล. ถ้าสัมผัสอะไรที่กระด้างกระเดือก ไม่ต้องแปลกใจค่ะ ฟิคเรื่องนี้แต่งไว้เมื่อสี่ปีก่อน
ไม่ได้แก้หรือปรับอะไรเลย มาตรฐานแบบ...สี่ปีที่แล้วยังไงอย่างนั้น นะคะ
ปล2. ย้ำบ่อยๆค่ะ พระเอกสูง 180 นะคะ
No comments:
Post a Comment