นัยน์ตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าหนูที่ตั้งหน้าตั้งตาคีบบะหมี่เข้าปากก่อนจะเคี้ยวด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขเสียเต็มประดาแล้วก้มลงมามองอาหารในจานตัวเองอีกครั้ง เมื่อสักครู่ที่เจ้าหนูบอกชื่อของอาหารหน้าตาแปลกๆนี่ให้ฟังก็ก็ได้แต่ขมวดคิ้ว คือมันไม่ได้แปลกหรอก มันเป็นอาหารทั่วไปนั่นแหละ ทว่าคุณชายตระกูลอีไม่เคยได้ทดลองก็เท่านั้นเอง
“เจ้านายไม่ทานเหรอครับ อร่อยนะ” คนถูกถามเงยขึ้นมามองอีกครั้งก็พบกับรอยยิ้มสดใสราวกับเป็นเครื่องยืนยันว่าอาหารจานนี้อร่อยมากจริงๆไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดที่เอ่ยขึ้นมาปลอบใจเขา
“จาจังมยอน?”
“ใช่ครับ บะหมี่ซอสดำ มีเกี๊ยวทอดด้วย” เอ่ยราวกับว่ามีความสุขเสียเต็มประดาก่อนจะหันความสนใจของตัวเองไปที่ชามบะหมี่ ปล่อยให้คนไม่เคยกินได้แต่คิดทบทวนกับเมนูที่แทบจะเป็นเมนูประจำชาติตรงหน้า
ร่างสูงลองใช้ตะเกียบคีบบะหมี่เข้าปากช้าๆเพราะจากสีหน้าของเจ้าหนูแล้วมันก็คงจะอร่อยจริงๆนั่นแหละ เมื่อรสชาติแตะปลายลิ้นก็ต้องยกยิ้มเพราะมันก็อร่อยตามที่เจ้าตัวว่า ทว่าลึกๆกลับรู้สึกแปลกที่ตนไม่เคยได้ทานทั้งที่เป็นคนเกาหลีโดยสายเลือด พอนึกย้อนไปถึงเมนูอาหารที่บ้านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ มันอาจจะผิดที่เขาเลือกกินมากไปหน่อยก็ได้กระมัง
“เจ้านายทานได้ไหมครับ” เอ่ยถามอย่างลุ้นกับคำตอบเพราะมีความรู้สึกว่าเจ้านายอาจจะชอบอาหารจานนี้ของเขาก็ได้ ก็ถ้าเจ้านายพูดกับปากว่าอร่อยดีขึ้นมาเขาคงดีใจน่าดูเลยล่ะ
“ได้สิ อร่อยดี” คนตัวเล็กยิ้มกว้างกับคำตอบที่ได้รับก่อนจะก้มลงไปจัดการกับบะหมี่ดำของตัวเอง บยองฮอนก็คีบบะหมี่เข้าปากอย่างเก้ๆกังๆเพราะไม่คล่องกับตะเกียบเสียเท่าไหร่นัก ได้ว่าใช้แทบจะไม่เป็นเลยทีเดียว
“แล้วจะกินขนมต่อไหม”
“กินสิครับ ผมอยากกินขนมแหละ” คนฟังได้แต่ส่ายหัวน้อยๆกับคำตอบที่ได้รับ ตอนที่เขานั่งอ่านประวัติเจ้าหนูฟิคเกียร์นี่จำได้ว่าอายุประมาณยี่สิบสองส่วนไอ้ท่าทางดูมีความสุขตลอดเวลาที่เขาเห็นตอนที่เจ้าตัวมาปลุกเมื่อวันก่อนก็คิดว่าคงจะเป็นนิสัยส่วนตัว แต่ไอ้พฤติกรรมแสนเด็กที่เขาเห็นในวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอ ความจริงก็เตรียมใจไว้แล้วว่าเจ้าหนูอาจจะไม่เหมือนเขาแต่ก็ไม่คิดว่าจะต่างกันมากมายเสียขนาดนี้
“กินเยอะแล้วไม่อิ่มอย่างนั้นเหรอ”
“เจ้านายครับ ของหวานกับของคาวมันคนละเรื่องกัน ว่าแต่เจ้านายไม่กินของหวานเหรอครับ”
“ฉันอิ่มแล้วอิ่มเลย” เอ่ยเสียงนิ่งก่อนจะก้มหน้าลงทานอาหารปล่อยให้คนฟังได้แต่รู้สึกคันยิบๆในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าลงตักข้าวเข้าปากต่อไป อิ่มแล้วอิ่มเลย อย่าให้เห็นนะว่าเจ้านายแอบกินขนม
ไม่นานนักทั้งคู่ก็จักการกับอาหารตรงหน้าเสร็จ คนตัวเล็กยกน้ำขึ้นมาดื่มพร้อมกับสอดส่ายสายตาไปทั่วเพราะเมื่อก่อนกินข้าวเขาก็ยังมองไม่เห็นร้านขนมเลยสักร้าน มองหาไปมาสองสามรอบก็ยังไม่เจอแต่อย่างใดจึงหันกลับมานั่งหน้าจ๋อยพร้อมกับดูดน้ำลงกระเพาะอย่างนึกน้อยใจในสถานที่เสียเหลือเกิน
เต้นท์เรียงกันตั้งมากตั้งมายแต่ไม่คิดจะมีร้านขนมให้ชานฮีกินเลยหรือยังไง
“เป็นอะไร”
“มองไม่เห็นร้านขนมเลยครับ สงสัยต้องอดแล้วล่ะ” คนมองได้แต่ยกยิ้มกับอาการหงอยเสียจนน่าสงสารก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาแล้วส่งบัตรเครดิตสีดำไปให้คนตรงหน้า
“อะไรเหรอครับ”
“มื้อนี้ฉันจ่ายเอง ถือว่าเป็นการขอบคุณที่นายพาฉันออกมาเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน” ร่างสูงยกยิ้มเล็กๆให้คนที่ทำหน้างงก่อนจะวางบัตรลงบนโต๊ะซึ่งคนตัวเล็กก็หยิบขึ้นมาพลิกซ้ายพลิกขวาแล้วส่งคืนให้ เจ้าของบัตรได้แต่ทำหน้าสงสัยกับการกระทำนั้น
“เจ้านายครับ บัตรดำแบบนี้เก็บไว้ใช้ในร้านอาหารระดับสูงดีกว่าครับ” คนตัวเล็กลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงินกับแม่ค้าซึ่งบยองฮอนก็ได้แต่เก็บบัตรเครดิตสีดำของตัวเองลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นเดินตามไป
เห็นเล็กคนตัวเล็กหยิบเงินจากกระเป๋าเงินส่งให้แม่ค้าก่อนจะหันมายิ้มให้เจ้านายที่ดูเหมือนว่าจะตกใจกับค่าอาหารพอสมควร คงจะอึ้งกระมัง คนไม่เคยกินของถูกก็แบบนี้
“ใช่คุณอี บยองฮอนที่เคยลงหนังสือหรือเปล่าเนี่ย ตัวจริงหล่อกว่าในหนังสืออีกนะคะ” แม่ค้าเอ่ยถามเมื่อรู้สึกว่าชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อผ้าที่คาดว่าน่าจะเป็นแบรนด์เนมทั้งตัวนี่คุ้นตาเสียเหลือเกินโดยที่คนถูกชมก็ได้แต่ยกยิ้มก่อนจะโค้งศีรษะให้น้อยๆแทนคำขอบคุณ
“ไหงมาทานร้านป้าได้ล่ะคะ คุณออกจะรวยทานอาหารข้างทางแบบนี้เป็นด้วยเหรอ”
“ผู้ช่วยผมเขาอยากกินน่ะครับ” แม่ค้าหันไปยิ้มให้กับเจ้าตัวเล็กที่ยกยิ้มหวานตลอดเวลาซึ่งบยองฮอนเองก็ได้แต่ยืนนิ่งเพราะไม่คุ้นชินกับสัมพันธภาพแบบนี้สักเท่าไหร่ ในสังคมที่ตนอยู่นั้นการที่จะทำความรู้จักหรือเริ่มบทสนทนากับใครจำเป็นต้องระมัดระวังตัวพอสมควร แต่ครั้งนี้เหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะจริงใจเสียเหลือเกิน จริงใจเสียจนเขาอาจจะการเป็นคนหลอกลวงไปเลยก็ได้
“ป้าไม่เคยเห็นเรานะ เพิ่งมาเหรอลูก”
“ฮะ เพิ่งมาทำวันนี้วันแรก เอ่อป้าฮะ แถวนี้มีร้านขนมอะไรไหมฮะ ผมอยากกินขนมหวาน” ตอบด้วยรอยยิ้มประจำตัวก่อนจะถามคำถามที่อยากจะได้คำตอบเสียเหลือเกิน ก็ถ้าป้าตอบมาว่าไม่มีเขาจะได้ทำใจเสียว่าวันนี้คงต้องอด
“ไม่มีหรอกลูก แต่ป้ามีโฮต๊อกนะเดี๋ยวป้าแบ่งให้” ว่าแล้วแม่ค้าก็จัดแจงหันไปหยิบขนมแป้งแผ่นวงกลมใส่ถุงให้เจ้าตัวเล็กทันที บยองฮอนมองอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไหร่นักเพราะคนเพิ่งเจอกันครั้งแรกเขาให้ขนมนมเนยกันแบบนี้เลยเหรอ
“นี่จ้ะ แบ่งกันกินนะ ลูกสาวป้าลองทำดูน่ะ” ชานฮีรับถุงขนมมาก่อนจะโค้งศีรษะพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ แม่ค้ามองอย่างเอ็นดูก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มที่ตนนั้นเคยไปเปิดเจอจากนิตยสารราคาแพงในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็ไม่ได้ซื้อหรอก หนังสือเล่มนั้นราคาแพงแถมยังสัมภาษณ์แต่พวกผู้ดีเกิดมารวย คนระดับล่างปากกัดตีนถีบแบบเธอก็ไม่รู้จะเอามาอ่านทำไม
“งั้นผมไปนะฮะ แล้วจะลงมากินร้านป้าบ่อยๆนะฮะ”
“จ้า พาเจ้านายมาด้วยก็ได้นะ” เธอเอ่ยให้ได้ยินกันสองคนก่อนจะหันไปรับเมนูจากลูกค้าส่วนชานฮีก็หันไปส่งยิ้มให้เจ้านายก่อนจะชวนกันเดินกลับ
“ไปรับของแบบนั้นจะดีเหรอ”
“ผมไม่ใช่คนดังถึงระดับที่ว่ามีคนลอบฆ่านี่ครับ แล้วที่ว่าป้าแกให้มาคงเป็นเพราะเคยเห็นเจ้านายในหนังสือนั่นแหละ ว่าแต่เจ้านายไปลงหนังสือเล่มไหนเหรอครับ” เอ่ยถามอย่างนึกสงสัยว่าหนังสือเล่มไหนที่คว้าเจ้านายหน้านิ่งไปให้สัมภาษณ์ได้ จะว่าไปเจ้านายของเขาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรมันก็ไม่แปลกนักหรอกที่ผู้คนจะให้ความสนใจ
“ไม่รู้สิ มีหนังสือหลายเล่มมาขอสัมภาษณ์ ฉันก็ปฏิเสธทุกเล่มจนเขาบอกว่าฉันหยิ่งกันหมดแล้ว”
“เจ้านายของชานฮีไม่ได้หยิ่งสักหน่อย เจ้านายอาจจะไม่ชินกับการตอบเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นรู้ก็เท่านั้นเอง” ร่างสูงยกยิ้มน้อยๆก่อนจะหยุดปลายเท้าลงเมื่อถึงขอบถนนก่อนจะหันซ้ายหันขวาดูว่ามีรถหรือไม่ หากแต่เจ้าหนูของเขากลับมัวแต่ก้มหน้าดูขนมในถุงจนไม่ได้ดูว่าถนนนั้นมีรถกำลังขับมา
มือกว้างกระชากแขนเล็กอย่างแรงจนกระทั่งร่างของอีกฝ่ายกระแทกกับแผ่นอก เสียงร้องราวกับเจ็บปวดดังขึ้นเสียจนต้องรีบผลักไหล่บางออกเผื่อดูว่าเจ้าหนูนั้นเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ปลายนิ้วเรียวเปิดปรอยผมขึ้นเพื่อหารอยแผลก่อนจะเลื่อนสายตาลงมายังใบหน้าใสที่ตอนนี้เริ่มแดงน้อยๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอากาศหรือเพราะความตกใจ
“เจ็บหรือเปล่า”
“เจ็บครับ โหนกแก้มผมกระแทกตัวเจ้านายเต็มๆเลยอ่ะ” คนตัวเล็กเบ้หน้าน้อยๆก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองเจ้านายที่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสบริเวณดังกล่าวเบาๆ นัยน์ตาคู่คมเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนจนชานฮีต้องยกยิ้ม ไม่คิดว่านอกจากพี่ยูชอนแล้วจะมีใครที่มีนัยน์ตาแบบนี้อีก
“ไม่เป็นไรแล้วครับ ขนมไม่ตกด้วย เก่งใช่ไหมล่ะ” คนตัวเล็กชูถุงขนมโฮต๊อกในมือขึ้นมาให้ดูว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นความจริงก่อนที่เจ้านายนั้นจะถอยห่างออกจากตน นัยน์ตาอ่อนโยนเมื่อสักครู่เลือนหายไปและถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าเหมือนกับครั้งแรกที่เขาพบว่าคนตัวสูงนั้นนอนหลับอยู่ในรถ
“จะเดินก็ระวัง ดูรถให้ดีก่อนจะข้ามถนน ถ้าฉันคว้าไม่ทันนายคงไม่ได้กินขนมนี่แน่ๆ”
“ครับ ขอโทษครับ ผมจะระวังให้มาก” ก้มหน้าก้มตาพูดเสียงอ่อยจนคนมองต้องถอนหายใจ นี่ก็ไม่รู้ว่าที่บ้านเจ้าหนูนี่เคยดุด่าว่ากล่าวไหมถึงได้อ่อนไหวกับคำพูดของเขาเสียเหลือเกิน
“ไปได้แล้ว รีบๆกลับไปกินขนมให้อิ่มจะได้ทำงาน” ว่าแล้วก็จัดการคว้าข้อมือเล็กให้เดินข้ามถนนไปด้วยกันเพราะไม่แน่ใจว่าถ้าปล่อยให้เดินเองจะมีชีวิตรอดไปถึงบริษัทหรือไม่
กว่าที่มือกว้างจะยอมปล่อยออกจากข้อมือเล็กผู้คนในบริษัทมากมายต่างมองกันเป็นตาเดียว ด้วยความแปลกใจว่าผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณบยองฮอนที่แสนจะเก็บตัวนั้นออกไปทำอะไรข้างนอกมาแถมยังมีเด็กน้อยที่ไหนก็ไม่รู้เดินก้มหน้าก้มตาให้ลากอีก สงสัยวันนี้จะมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนกระมัง คุณบยองฮอนเคยยุ่งวุ่นวายกลับใครเสียที่ไหนแล้วถ้าไม่ใช่เวลาเข้าออกบริษัทก็ไม่มีใครได้เห็นหน้าหรอก
“คนมองเจ้านายเยอะแยะเลย”
“ปกติฉันไม่ค่อยลงมา คงแปลกใจ” เอ่ยเสียงนิ่งก่อนจะเอื้อมมือไปกดลูกศรชี้ขึ้นแล้วหันมามองคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าจะตื่นตาตื่นใจกับสายตาของพนักงานในบริษัทเสียเหลือเกิน นี่เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าบางทีที่เขามองกันอาจจะเป็นความไร้เดียงสาแบบเด็กๆของเจ้าตัวก็ได้
“เดี๋ยวผมไปลิฟต์ตัวโน้นก็ได้นะครับ ตัวนี้มันคงมันดีสักเท่าไหร่” เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆเมื่อนึกถึงวันที่มาสมัครงาน ด้วยความเร่งรีบและเห็นว่าลิฟต์ว่างก็วิ่งไม่คิดชีวิตเพื่อที่ว่าจะได้ทันแต่กลับกลายเป็นว่าลิฟต์ตัวที่ขึ้นเป็นลิฟต์ผู้บริหาร โชคดีที่เจ้านายไม่ได้ว่าอะไรแถมยังรับเข้าทำงานอีก เจ้านายของเขาใจดีที่สุดในโลกเลยล่ะ
“อย่าเรื่องมากน่า ตอนลงมาก็ลงตัวนี้” ขายาวก้าวเข้าไปด้านในเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกก่อนจะส่งสายตาให้คนตัวเล็กที่มัวแต่รีรอนั้นก้าวเข้ามาซึ่งอีกคนก็ทำตามแต่โดยดี ปลายนิ้วกดไปยังชั้นที่ตนทำงานอยู่ก่อนจะหันมามองคนที่เอาแต่ยกยิ้มให้กับถุงขนม นี่ถ้าเขาบอกว่าไม่ให้กินก่อนจะเริ่มงานเจ้าตัวจะหันมาเบ้หน้าน้ำตาไหลใส่เขาไหม
“ทำงานก่อนแล้วค่อยกินก็แล้วกัน” เอ่ยออกไปเล่นๆด้วยความอยากรู้ซึ่งคำตอบที่ได้รับก็คือใบหน้าใสที่หันขวับมาเม้มปากใส่เขาพร้อมกับสายตาที่ดูตัดพ้อเสียเหลือเกิน
“ก็ไหนเจ้านายบอกว่าจะให้กินก่อนทำงานล่ะครับ”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปเมื่อถึงชั้นที่ตนต้องการ ส่วนคนตัวเล็กก็ได้แต่เบ้ปากน้อยๆอย่างนึกเสียดายเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะแบ่งขนมให้เจ้านายกินด้วยแต่พอมาเจอคำสั่งใหม่ก็ทำเอาหน้าชาไปเหมือนกัน ขอเปลี่ยนคำพูดที่ว่าเจ้านายเขาใจดีเป็นเจ้านายใจร้ายจะได้ไหม
“ไปไหนกันมาเหรอคะ” ชานฮีที่เดินก้มหน้าเตะลมเตะอากาศเงยขึ้นมามองเจ้าของคำถามก่อนจะยกยิ้มพร้อมกับเอ่ยไปตามความจริงว่าลงไปหาอะไรทานมา ซึ่งคนเป็นเลขาก็ได้แต่ตาโตเพราะปกติเจ้านายเธอจะไม่ลงไปข้างล่างด้วยตัวเองแบบนี้ วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน
“ไปทานอะไรกันมาเหรอ” เธอถามเสียงเบาก่อนจะหันไปมองทางประตูห้องทำงานที่เจ้านายของเธอเพิ่งเดินเข้าไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
“จาจังมยอนข้างล่างนี้น่ะฮะ ป้าแกให้โฮต๊อกมาด้วย แบ่งกันทานนะฮะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่ทานของหวาน ว่าแต่เราก็เก่งนะคะที่เอาคุณบยองฮอนลงไปทานข้าวได้ ปกติคุณบยองฮอนไม่ค่อยทานอะไรหรอกค่ะ ทำงานหนักจนน่าเป็นห่วง” ชานฮีที่กำลังจะหยิบขนมถึงกับชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเลขาของเจ้านายด้วยความสงสัย เขาก็ไม่ได้เป็นคนชวนเจ้านายนะ ทำไมต้องพูดเหมือนกับว่าเขาเป็นคนลากเจ้านายลงไปด้วย
“ผมไม่ได้ชวนเจ้านายนะฮะ ว่าแต่ทำไมเจ้านายไม่ทานข้าวเหรอฮะ”
“ไม่รู้สิคะ เราอยู่กับคุณบยองฮอนใกล้ชิดกว่าพี่ก็ดูแลเธอนิดนึงนะ รายนี้ไม่ค่อยชอบดูแลตัวเอง พี่ก็พูดอะไรไม่ได้มันจะดูไม่ดีเอา”
“งั้นขอตัวไปทำงานก่อนนะฮะ” คนตัวเล็กส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทำงานแต่ก็ต้องถอนหายใจเมื่อนึกถึงคำพูดของเจ้านายว่าจะไม่ให้เขากินขนมในมือนี่ เฮอะ ใจร้าย
“เป็นอะไร”
“เปล่าครับ อาจจะอิ่มแล้วง่วง” ตอบกลับอย่างหงอยๆก่อนจะวางขนมไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปหยิบกองเอกสารที่ยังไม่ได้แยกกลับมานั่งแยกที่โต๊ะตัวเอง บยองฮอนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองได้แต่ขมวดคิ้วน้อยๆกับอาการเงียบของอีกฝ่ายรวมถึงสีหน้าที่เริ่มจะเหมือนแมวนั่นอีก คงจะเคืองที่เขาไม่ให้กินขนมสินะ
“ถ้าของหวานช่วยให้หายง่วงก็จัดการซะ” คนฟังถึงกับชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้านายที่กำลังอ่านเอกสารในแฟ้มอย่างตั้งอกตั้งใจ มือบางคว้าถุงโฮต๊อกแล้ววิ่งไปนั่งที่เก้าอี้ของตนที่ยังอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาห่อเพื่อให้เจ้านายได้จับ มือที่เคยล้างแต่ในอ่างทองคำจะได้ไม่ต้องเปื้อน
“ป้าบอกว่าให้แบ่งกันครับ” มือน้อยส่งขนมไปให้เจ้านายพร้อมรอยยิ้มใสบนใบหน้าราวกับจะนำเสนอว่าขนมในมือนี้อร่อยจริง “เจ้านายไม่ต้องจับก็ได้ครับ ผมถือให้แบบนี้ก็ได้” นี่คนอุตส่าห์เอาทิชชู่รองให้แล้ว ยังจะกลัวเลอะอะไรอีก หรือว่าไม่อยากกินกันนะ
นัยน์ตาคมจดจ้องไปยังใบหน้าใสที่ทำท่าราวกับเชียร์อยากให้เขากินเต็มที่ก่อนจะถอนหายใจน้อยๆ เขากับเจ้าหนูนี่เพิ่งเจอกันไม่เท่าไหร่จะมาป้อนขนมกันแล้วเหรอ แล้วอีกอย่างเขาก็อยู่ในฐานะเจ้านายไม่ใช่เพื่อนเล่นสักหน่อย
ทว่าบยองฮอนก็ไม่ได้ใจร้ายจนถึงขนาดที่ว่าจะหักหาญน้ำใจของเด็กตรงหน้านี้ มือซ้ายเอื้อมไปจับข้อมือเล็กไว้แล้วกัดเข้าที่แผ่นแป้งนั้นก่อนจะปล่อยออก ปล่อยให้รสชาติแทรกซึมเข้าสู่ปลายลิ้นพร้อมกับจ้องมองสีหน้าลุ้นๆของผู้ช่วยตัวขาว
“อร่อยดี มันคืออะไรนะ” เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะรู้สึกเหมือนว่าจะได้ยินชื่อขนมจากปากของแม่ค้าแล้วแต่ก็จำไม่ได้ เขาเป็นคนไม่ชอบขนมหวาน มันคงไม่แปลกใช่ไหมถ้าไม่รู้จักขนมชาติตัวเอง
“โฮต๊อกครับ นี่เป็นแบบเกาหลี มีแบบจีนด้วย แต่ผมชอบทั้งสองแบบเลย” เอ่ยอย่างดีใจกับคำตอบของเจ้านายก่อนจะก้มหน้าก้มตาหยิบโฮต๊อกขึ้นมาขนมขึ้นมาใส่ปากตัวเอง
ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่ถือแผ่นแป้งกลมไว้ทั้งสองมือพลางยกยิ้ม ตัวเองกัดหนึ่งคำแล้วก็ส่งมาให้เขาหนึ่งคำ สลับกันกินไปเรื่อยๆกระทั่งหมดชิ้น สีหน้าที่ราวกับมีความสุขเสียเหลือเกินแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยทำให้นึกแปลกใจ บางทีอาจจะเป็นเขาก็ได้ที่เดินอย่างเถรตรงมากเกินไปจนลืมที่จะมองความงดงามของสิ่งเล็กๆน้อยรอบตัว
ชีวิตที่เคยอยู่บนความเรียบง่ายราวกับเป็นวัฏจักรวนซ้ำไปมาเริ่มจะมีสิ่งแปลกใหม่เข้ามาให้เรียนรู้และทำความเข้าใจ แม้ว่าจะรู้จักเจ้าหนูนี่เพียงได้ไม่เท่าไหร่แต่เขากลับรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้ทำให้เขายิ้มได้มากกว่าปกติ มุมมองแบบเด็กๆที่แสนจะจริงใจมันทำให้รู้สึกผ่อนคลายเวลาได้อยู่ใกล้ หนำซ้ำยังนำพาเรื่องราวที่เขาไม่เคยได้สัมผัสเข้ามาในชีวิตอันแสนจะจืดชืดนี้
ท่าทางเจ้านายแบบเขาคงต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายๆอย่างจากลูกน้องคนนี้เสียกระมัง
T B C.
ไม่มีอะไรมากนะคะ แม่เหล็กต่างขั้วมันจะดึงดูดกัน นั่นคือเมนไอเดีย
วันนี้วันอาทิตย์ (18/10/15) เพิ่งกลับมาจากมหาลัย เหนื่อยบรรลัยค่ะ
มีข้อสอบเทคโฮมวิชาสถิติ ก็สถิติเพื่อการวิจัยอ่ะค่ะ ก็จบเอกภาษามาอ่ะค่ะ
อาทิตย์นี้ขอทำข้อสอบอีกตามเคย ปล่อยลูกกวางกลับคืนสู่ผืนป่าไปก่อน
มัวแต่ดักกวางเดี๋ยวความชิบหอยจะบังเกิดเอา เกรดต่ำกว่า 3.00 ไล่ออกค่ะ
จะมาเรียนไปแรดไปเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ /ฟิคเรื่องที่เราอ่านจะไม่อัพ 3 เดือน ขาดใจค่ะ
นี่ยังดีนะเนี่ย ดั้นด้นเอามาลงให้ /เห็นแฟนด้อมนี้ฟิคน้อย นั่นแหละค่ะ เหตุผลมีแค่นั้น
คืออย่างน้อยก็เรื่องนี้อาทิตย์ละตอนนั่นแหละ ตราบใดที่ยังคงรบกับการเรียนหนักหน่วงนี้
ส่วนลูกกวางๆ ฟีดแบ็คดีกว่าที่คิดนะ แต่สมองไม่พร้อมค่ะ /ในที่สุดก็เข้าแท็ก
เพิ่งผ่านการมโนว่าตัวเองคือผอ.เขตพื้นที่การศึกษา พร้อมการพรีเซนต์หน้าห้องเรื่องสังคมวิทยา
ยังคุยกับคนรู้เรื่องอยู่ถือว่าแกร่งมาก ทำใจนะคะ ไม่สามารถมาแบบโครมครามได้อีกแล้วค่ะ
อ้อ ไปชุดทวิตเตอร์มา ได้มาแอคนึงแหละ @Priserpinae นะคะนะ จิกทวงถามได้ค่ะ
ถ้าเขินแล้วจะถามคนกลางต่อไปก็แล้วแต่ค่ะ ก็ไม่ได้ว่าอะไร /ว่าได้ด้วยเหรอแก? แหมมม
บางทีมุมมองของคนอื่นที่มีกับตัวเรามันอาจจะชัดกว่าเรามองเราเอง นะคะนะ ฮี่ๆๆๆ
#คตตทลต
.
No comments:
Post a Comment