Saturday, October 31, 2015

To Be Enchained [1]









เพราะความรัก...เหมือนกับโซ่ผูกรั้งใจ



ลมหายใจร้อนผ่าวที่ลากไล้ไปตามลำคอส่งให้เปลือกตาบางต้องปิดลงด้วยพยายามระงับความรู้สึกที่เกิดขึ้น มือกว้างแตะเข้าที่ช่วงเอวก่อนจะล้วงลึกเข้ามาในชายเสื้อ น่าแปลกที่คนถูกกระทำรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งตัวแม้ว่าฝ่ามือและลมหายใจของอีกคนจะร้อนเพียงใดก็ตาม แผ่นหลังที่แนบลงกับช่วงอกไม่ได้ทำให้รู้สึกอุ่นไปตามอุณหภูมิของอีกฝ่าย อาจเพราะหัวใจนั้นเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง ชาหนึบไปทั่วทั้งอกจนแทบจะไร้ความรู้สึก อาจเพราะวันเวลาพ้นผ่านทำให้เคยชินกับความเจ็บปวด จากที่เคยทุรนทุรายก็กลายเป็นด้านชา

เรือนกายถูกรุกล้ำแทบจะทุกค่ำคืนไม่ได้สร้างความเจ็บปวดได้มากเท่ากับความจริงที่ย้ำเตือน รู้ตัวดีว่ามีค่ามากน้อยเพียงใดแม้ว่าจะอยู่ในฐานะที่เรียกได้ว่าภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพราะการแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ ความสัมพันธ์จึงดำเนินไปแค่ทางกายไม่ได้มีคำว่ารักเข้ามาเจอปน ก็แค่หน้าที่ของภรรยาที่พึงปฏิบัติต่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี อีกฝ่ายคงคิดแค่นั้น ทว่าความจริงแล้วมันกลับไม่ใช่เลยสักนิดกับคนที่ถูกกระทำ

ความผุดผ่องที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้องถูกพรากไปอย่างไร้ความปราณี ไม่มีเลยสักนิดกับสิ่งที่เรียกว่าความสงสาร ตอกย้ำให้ขึ้นใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าสิ่งที่ต้องทำคือทอดกายให้อีกฝ่ายเชยชม ความแนบชิดที่ได้รับอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมีหรือที่จะไม่ทำให้หัวใจสั่นคลอน หากมันก็มีเขาที่รู้สึกไปแค่ฝ่ายเดียว รู้สึกทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะคิดเช่นเดียวกับตน แต่ถ้าหัวใจมันห้ามกันได้อย่างที่ต้องการ คงไม่ต้องมาทนเจ็บปวดแบบนี้

“คุณบยองฮอน เดี๋ยวครับ” มือน้อยจับฝ่ามือกว้างของอีกฝ่ายเอาไว้พลางย่นคอหนี พยายามหาทางออกจากสถานการณ์นี้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทาง

“ว่าไง?”

“คือผมรู้สึกไม่ค่อยดีครับ” ไม่ได้สร้างเรื่องแต่อย่างใดเพราะรู้สึกวิงเวียนมาแล้วหลายวัน ข้าวปลาอาหารก็ทานได้น้อยลง เอาจนแม่สามีนึกเป็นห่วง ก็ได้แต่ยกยิ้มแล้วตอบว่าไม่เป็นอะไร อาจจะแค่รู้สึกเพลียก็แค่นั้น

“ไม่สบายงั้นเหรอ?” ปลายจมูกโด่งจรดลงบนผิวแก้มพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจ เคยได้คำชมว่าสบู่ที่เขาใช้มันหอมทั้งที่มันก็ไม่ได้ต่างจากที่อีกฝ่ายก็ใช้ตัวเดียวกันกับเขา

“ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ แค่เวียนหัว”

“อาการคนท้องหรือเปล่า?” ริมฝีปากอุ่นจรดลงบนต้นคอ ปลายนิ้วเรียวค่อยๆปลดกระดุมเม็ดบนออกแล้วดึงเสื้อลงจนเผยลาดไหล่ สัมผัสอุ่นจากอีกฝ่ายค่อยๆไล่ลงไปตามผิวเนื้อ คนถูกกระทำก็ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นด้วยกลัวว่าตนจะคล้อยตามตราบใดที่ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามียังไม่ยอมหยุดแบบนี้

“ไม่น่าจะใช่หรอกครับ”

“แต่งงานกันมา 6 เดือน ฉันเองก็มีอะไรกับเธอแทบจะทุกวัน ชักสงสัยแล้วสิว่าเธอท้องไม่ได้จริงๆหรือฉันมันไม่มีน้ำยา”

“คุณบยองฮอน” เอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยความอ่อนใจ ทำไมชานฮีจะไม่รู้ว่าแม่สามีของตนนั้นอยากได้หลานมากแค่ไหน ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ไปพบแพทย์อยู่บ่อยๆเพื่อปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ แม้ว่าโอกาสจะน้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี และเพราะรู้ว่ามีอีกฝ่ายถึงได้ยังพยายามอยู่แบบนี้

การมีทายาทคือสิ่งที่ตระกูลอีต้องการ...แค่ทายาทก็เท่านั้น

หน้าที่ของภรรยาคือการมีทายาทให้กับผู้เป็นสามี บางทีก็นึกข้องใจว่าทำไมคุณนายอีถึงเลือกตน ถ้าต้องการแค่หลานการเลือกผู้หญิงคนไหนสักคนมาเป็นผู้ให้กำเนิดคงไม่ยากนัก ดีไม่ดีแค่จ้างให้ตั้งท้องพอคลอดแล้วก็แค่จ่ายเงิน ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องคนที่จะมาเป็นสะใภ้แต่อย่างใด แต่กับเขาที่เป็นผู้ชาย โอกาสการตั้งท้องก็แทบจะเป็นศูนย์ ซ้ำยังต้องมาจัดงานแต่งงานให้วุ่นวายเพราะทางบ้านของตนก็ใช่ว่าจะไม่มีหน้ามีตา

บางครั้งก็อยากจะเอ่ยถามว่าทำไมต้องทำเรื่องให้วุ่นวายเช่นนี้ เขาและคุณบยองฮอนไม่ได้รักกันมาตั้งแต่แรกซ้ำร้ายอีกฝ่ายยังมีคนที่รักอยู่ หกเดือนที่ผ่านมามันก็แค่การตอกย้ำให้รู้ว่าหน้าที่ของภรรยาคืออะไร ไม่ได้มีความรักเขามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด แม้เพียงนิดก็ไม่มี ผิดกับชานฮีที่ค่อยไหวเอนไปตามความใกล้ชิดที่ได้รับ

บยองฮอนก็แค่หลงในเรือนร่างที่ไม่เคยผ่านมือใครมา...ก็แค่นั้น

“ถ้าผมถามอะไรคุณสักอย่าง คุณจะโกรธผมไหม?”

“ลองถามก่อนสิ จะได้รู้ว่าควรโกรธไหม” ใบหน้าคมละออกจากผิวเนื้อเนียน จรดปลายคางลงบนลาดไหล่ขาวผ่องที่ตอนนี้ประปรายไปด้วยร่องรอยที่ตนเป็นคนสร้างขึ้น

“ทำไมคุณไม่ลองมีลูกกับคนรักของคุณล่ะครับ อย่างน้อยๆเด็กก็เกิดมาจากความรัก”

“ฉันควรโกรธไหมลองคิดดูซิ ฉันอยากมีลูกกับเธอ แต่เธอกลับถามว่าทำไม”

“ผมก็แค่...” ค่อยๆหันตัวเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาคู่คมที่รู้ดีว่ามีเสน่ห์มากล้นแค่ไหน อี บยองฮอนไม่ใช่คนที่หล่อมากมายเสียจนต้องเหลียวหลังมองหรือว่าจะต้องเก็บไปพกเพ้อในทันทีที่เห็นเพียงครั้งแรก แต่หากได้ใกล้ชิดแล้วจะทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ช่างอันตราย แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รักกันแต่หัวใจก็สั่นไปเสียทุกที

“อย่าดูถูกสายตาคุณนายอีเลยเด็กน้อย เป็นเธอน่ะดีที่สุดแล้ว”

“.....”

“นอนซะ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นจะพาไปหาหมอ” ร่างสูงดันกายให้เอนลงกับเตียงก่อนที่ริมฝีปากเรียวจะจรดลงบนหน้าผาก รอยยิ้มมุมปากนั้นทำให้อดใจสั่นไม่ได้ หัวใจเริ่มที่จะไร้แรงมากขึ้นทุกทีทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดเช่นเดียวกับตน

บยองฮอนละกายลุกขึ้นยืนที่ข้างเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้จนถึงแผ่นอก เอื้อมมือไปปิดโคมไฟแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะเหลียวหลังเลยสักนิด ในความคิดของชานฮี อีบยองฮอนนั้นช่างใจร้าย ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องอย่างว่าก็คงจะไม่มีทางนอนในห้องนี้ คิดไปคิดมาก็ได้แค่ยิ้มหยันให้กับความโง่เง่าของตัวเอง ใครจะอยากนอนร่วมเตียงกับคนที่ไม่ได้รักกัน ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการปลดเปลื้องอารมณ์

ถ้าใจกับกายของเขาแยกได้เหมือนที่อี บยองฮอนทำ...มันก็คงจะดี



* * *



ชานฮีรู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังจะถล่มลงมา

ดวงตาคู่กลมจ้องมองไปยังแผงยาที่อยู่ในมือกว้างด้วยความรู้สึกอึดอัด เม้มปากแน่นเมื่อห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ถึงอี บยองฮอนจะไม่ใช่คนพูดมากแต่ก็ไม่เคยเงียบถึงขนาดนี้ ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่พอใจก็มักจะบอกอยู่เสมอ แต่ครั้งนั้นบยองฮอนเงียบเสียจนน่ากลัว และความเงียบนั้นกำลังพรากลมหายใจของชานฮีไปอย่างเชื่องช้า

เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาในห้อง ถามไถ่เรื่องอาการเวียนหัวซึ่งมันดีขึ้นมากจึงตกลงกันว่าจะยังไม่ไปหาหมอแต่บยองฮอนจะพาไปพักผ่อนข้างนอกแทน ชานฮีก็ได้แต่ยกยิ้มกับความใส่ใจนั้น แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายทำเพื่ออะไรแต่ก็เลือกที่จะเชื่อเพียงแค่บางส่วน บางอย่างที่มันรับรู้แล้วเจ็บมากนักก็ตัดมันออกไปเสียบ้าง เพราะหัวใจของคนเรามันย่อมมีขีดจำกัด และเขาเองก็ยังอยากที่จะทนไหวอยู่

แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าบยองฮอนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงพร้อมกับแผงยาคุมกำเนิดของตน ชานฮีเก็บมันไว้ในลิ้นชักซึ่งพยายามใส่เข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมาเขาทำแบบนั้นมาโดยตลอด ทำจนแน่ใจแล้วว่าบยองฮอนจะไม่มีทางมาเจอเพราะอีกฝ่ายไม่มีของอะไรที่เก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ดูเหมือนว่าชานฮีจะคิดผิด

บยองฮอนอยากมีลูกมากแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ เพราะถ้าไม่อยากมีคงไม่ยอมแต่งงานกับเขาตามคำสั่งของคุณนายอีทั้งที่ตัวเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ฉะนั้นในสายตาของบยองฮอนเขาก็เป็นแค่คนที่ต้องตั้งท้องลูกของอีกฝ่าย ไม่ได้มีค่ามากมายไปกว่านั้น มันเจ็บไปหมดเมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้ จึงเป็นเหตุให้เลือกที่กินยาคุมกำเนิดเพราะไม่อยากจะให้ลูกมาผูกมัดตัวเองให้ติดอยู่กับบยองฮอนมากไปกว่านี้

คิดอยู่เสมอว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะต้องเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เพราะคงไม่มีใครทนอยู่กับความเจ็บปวดนี้ไหว ส่วนลูกนั้นใช่ว่าจะไม่อยากมีแต่เพราะชานฮีกลัวว่าตัวเองจะรักลูกมากเกินกว่าจะยอมเดินจากไป กลัวว่าถ้ามีลูกแล้วจะต้องทนกับความเจ็บปวดที่เกิดจากผู้ชายที่ไม่ได้รักตนทั้งที่หัวใจของเขานั้นมอบให้บยองฮอนไปหมดแล้ว ซ้ำร้ายยังกลัวว่าลูกจะถูกพรากไปจากอกเมื่อถึงวันที่บยองฮอนไม่ต้องการตน

ชานฮีก็แค่กลัว

“ฉันควรให้โอกาสเธอได้อธิบายไหม?”

“.....”

“ตอบฉันมาหน่อยว่าฉันควรจะใจเย็นแล้วฟังคำอธิบายของเธอใช่ไหม”

“.....” ชานฮีเลือกที่จะไม่พูดอะไร บยองฮอนนิสัยเป็นยังไงเขารู้ดี ยิ่งเขาพูดอีกฝ่ายก็จะยิ่งโมโห แต่ก็ใช่ว่าการนิ่งเงียบจะเป็นเรื่องที่ดีนักเพราะมันเป็นเหมือนการยั่วโมโหอยู่กลายๆ แต่มันก็ยังดีกว่าไปต่อล้อต่อเถียง ถึงอย่างไรถ้าบยองฮอนบอกว่าเขาผิด ต่อให้ถูกแค่ไหนก็คือผิดอยู่ดี

“เพราะอะไรชานฮี เพราะอะไร” ร่างสูงก้าวขาเข้ามาหาด้วยความโกรธ ชานฮีเองก็ถอยกรูดเสียจนหลังชนกับผนังห้อง “เพราะระหว่างเรามันไม่ใช่ความรัก หรือเพราะเธอไม่พอใจที่ฉันยังไปมาหาสู่กับมินจี”

“ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้น ก็ตามใจเถอะครับ”

ปัง

ชานฮีสะดุ้งด้วยความตกใจด้วยเสียงนั้นเกิดจากกำปั้นใหญ่ที่ทุบลงบนกำแพงใกล้ใบหน้าของตน ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นพลางจ้องมองใบหน้าคมที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งอกนั้นมันแน่นไปหมด ราวกับจะหายใจไม่ออก สายตาที่มีแต่ความโกรธเคืองนั้นยิ่งทำให้สถานภาพของตัวเองเด่นชัดมากขึ้นไปอีก บยองฮอนโกรธที่เขาไม่ยอมมีลูกให้ โกรธที่ไม่ยอมทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ

“เพราะเธอกินยาคุม เธอก็เลยไม่ท้อง งั้นมาลองดูกันว่าถ้าเธอไม่กินมันแล้วเธอจะท้องไหม”

“คุณพูดอะไร โอ๊ย” ข้อมือเล็กถูกกระชากอย่างแรงก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกระแทกกับผืนเตียง พยายามขยับหนีแต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์เมื่อร่างสูงนั้นทาบทับลงมาอย่างไร้ความปราณี สองมือที่ทุบตีอีกฝ่ายก็ถูกรวบไว้ที่เหนือศีรษะก่อนทีมือกว้างอีกข้างจะปลดชุดคลุมอาบน้ำออกจนหมด คนถูกกระทำได้แต่หลับตาแน่นพร้อมกับปล่อยให้หยาดน้ำหลั่งรินโดยไม่คิดจะห้าม ทุกสัมผัสนั้นช่างรุนแรงเสียจนเจ็บไปหมด แต่มันก็ยังไม่เจ็บเท่าที่หัวใจ มันเจ็บเสียจนไม่รู้จะพูดยังไง เจ็บเพราะรักผู้ชายคนนี้ รักคนที่ไม่เคยมองเห็นค่ากัน

“อย่าเกร็ง ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บมากนัก อืม...” ความร้อนที่ไม่ว่าจะแทรกผ่านเรือนร่างกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเขาก็ยังไม่เคยที่จะชิน ยังจำได้ดีว่าครั้งแรกนั้นทรมานมากแค่ไหน แม้จะได้รับจูบอ่อนโยนเป็นการปลอบใจแต่ก็ยังคงสะอื้นไห้อยู่ดี หากครั้งนี้มีแต่การกระทำที่ดุดัน ซ้ำร้ายข้อมือยังถูกผูกมัดด้วยเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของอีกฝ่าย ถึงจะไม่ใช่การทำร้ายโดยตั้งใจแต่ผลที่ได้ก็ไม่ต่างกัน

“เด็กดี อย่าต่อต้านฉัน” สะโพกถูกยกขึ้นทั้งที่เรือนกายยังคงประสานส่งให้แข้งขานั้นสั่นไปหมด อีกฝ่ายคว้าหมอนมารองที่ใต้สะโพกของเขาส่งให้สามารถรับความร้อนได้มากกว่าเดิม ขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นพาดที่อกแกร่งส่วนอีกข้างก็ถูกรั้งไว้ที่เอวสอบ การเคลื่อนไหวที่เกิดจากความโกรธเคืองนั้นสร้างความวาบหวามให้แม้ว่าในใจจะไม่ได้สมยอมเลยสักนิด การกระทำครั้งนี้มันไม่ต่างจากการขืนใจหากแต่เรือนกายนั้นกลับหลงระเริงไปกับสัมผัสนั้น จะโทษใครได้กันหากไม่ใช่ตัวเอง

เสียงครางที่ระงมไปทั่วห้องนั้นแทบจะแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งมันก็เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกับเหงื่อที่ผุดตามผิวหนัง ชานฮีรู้ดีว่ามันจะไม่จบแค่นี้ แต่ที่ไม่รู้ก็คือมันจะดำเนินไปถึงตอนไหนและจบลงเมื่อไหร่ก็แค่นั้น สิ่งที่ทำได้มีเพียงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่าย เขาไม่อยากเจ็บมากไปกว่านี้ ไม่อยากอีกแล้ว

มือกว้างออกแรงพลิกให้ร่างบอบบางคว่ำหน้าลง ออกแรงรั้งสะโพกกลมให้ยกขึ้นก่อนจะใช้ฝ่ามือรั้งเอวเล็กไว้แน่น สายตานั้นเหลือบเห็นคราบไคลของตนที่ไหลย้อนออกมาลงสู่เรียวขาสวยก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปาก รู้สึกพอใจอย่างถึงที่สุดด้วยภาพนั้นมันทำให้รู้สึกว่าบุคคลภายใต้ร่างของตนนั้นคือสมบัติของเขา และเขาเองก็มีสิทธิ์ในคนคนนี้ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ

เมื่อเขาต้องการให้อี ชานฮีท้อง...ก็ต้องท้อง

สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าหาความอ่อนนุ่มอย่างเชื่องช้าด้วยไม่ต้องการให้อีกฝ่ายดื้อดึง เรือนกายที่สั่นสะท้านสร้างความพอใจให้เสียจนอยากจะถาโถมใส่หากก็ต้องยั้งใจไว้ อาจเพราะเสี้ยวใบหน้าที่แนบอยู่กับพื้นเตียงนั้นทำให้ใจอ่อน แต่ก็ปราณีได้แค่ลดความรุนแรงลงก็เท่านั้น เพราะหากจะให้หยุดในตอนนี้ก็คงจะทำไม่ได้

ผิวหน้าแนบลงกับเตียงพร้อมกับสองมือถูกพันธนาการที่วางไว้เหนือศีรษะ สะโพกกลมกลึงถูกยกสูงจนต้องชันเข่ารวมทั้งเอวคอดที่นุ่มมือ ผิวกายภายในก็ตอบรับอย่างดีเสียจนแทบจะคลั่ง บยองฮอนไม่เก่งพอที่จะหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้ แม้จะรู้ดีว่าชานฮีไม่ได้เต็มใจทว่าเขาก็แก้ได้ด้วยการปรนเปรอที่ร่างกายของอีกฝ่ายเรียกร้องและต้องการ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่คลอไปกับเสียงครางราวกับลูกแมวถูกรังแกยิ่งทำให้ความต้องการที่จะตอกย้ำนั้นพุ่งสูงเสียจนน่ากลัว ผู้ถูกกระทำนั้นพึงพอใจกับสัมผัสที่เขามอบให้เพราะผิวเนื้อด้านในนั้นรัดแน่นกว่าเมื่อครู่มากมายนัก แผ่นหลังชื้นเหงื่อที่สั่นสะท้านทำให้ต้องเลื่อนปลายนิ้วไปไล้ตามกระดูกสันหลัง ร่างกายของอี ชานฮีนั้นถูกตาต้องใจบยองฮอนไปทั่วทั้งตัว ไม่แปลกนักหรอกที่มันจะสร้างความกำหนัดให้ทั้งๆที่ยังคงสอดประสานกันอยู่แบบนี้

อยากได้มากกว่านี้...อยากครอบครองมากกว่านี้

ยอมรับว่าเมื่อก่อนติดใจในเรือนร่างอันแสนจะไร้เดียงสา เรือนร่างที่ไม่เคยผ่านใครมา หาได้มีความรักแต่อย่างใด หากจะมีก็มีเพียงความใคร่ก็เท่านั้น แต่มีหรือที่คนที่มีอะไรกับแทบจะทุกวันเป็นเวลานานกว่าครึ่งปีจะไม่มีความหวั่นไหวเลย บยองฮอนไม่ได้โง่จนกระทั่งจะไม่รู้ใจตัวเอง แต่เพียงแค่ยังไม่แน่ใจเพราะยังคงมีมินจีที่เขากล้าพูดว่ารักเธออยู่ เขายังรักมินจีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้น้อยลงหรือจืดจางเลยสักนิด แต่น่าแปลกที่หัวใจของเขานั้นกลับมีชานฮีเพิ่มขึ้นมา

ถ้ามินจีคือบุคคลที่อยากจะถนอม ชานฮีก็คือบุคคลที่อยากจะครอบครอง อยากจะบอกให้คนอื่นรู้ว่านี่คือเมียที่ถูกต้องตามนิตินัยและพฤตินัย มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวที่เขาต้องการให้ชานฮีท้องก็เพราะจะใช้ลูกในการรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ให้ลูกเป็นบ่วงคล้องคอคล้องใจให้อี ชานฮีอยู่ในกำมือของเขาตลอดไป

แต่ถ้าไม่ทำเช่นนั้น บางทีชานฮีอาจจะหนีหายไปจากชีวิตเขาก็ได้





T B C .








เครียดจากข้อสอบก็จัดฟิคเสียเล็กน้อย ถ้าถามว่าตะไมไม่จัดลูกกวาง คำตอบก็ง่ายๆค่ะ
ลูกกวางมันจะพากันเครียดหนักกว่าเดิม เรื่องนี้นี่...ลงอ่อยเฉยๆ ลงให้มีจิตสำนึกว่าต้องแต่งต่อนะ
เพราะถ้าเก็บไว้ ต่อให้ตายก็ไม่ต่อหรอก อยากแต่งให้จบเพราะวางเรื่องไว้หมดแล้ว
จะพยายามให้เป็นเรื่องสั้น สี่ตอนจบ ยาวกว่านั้นชีวิตฉันจะไม่โอเคละ นี่ก็จะตายละ
อ้อ มีแท็กค่ะ #โซ่รั้งใจ เรื่องนี้ค่อนข้างอยากรู้ผลตอบรับ มันแบบ...ฟิคแนวนี้คือไม่ถนัด
กว่าจะได้เริ่มแต่งนี้ถามคนอ่านแล้วถามคนอ่านอีกว่ามันควรเป็นแบบไหน อะไร ยังไง
แล้วมันก็ได้ออกมาอย่างที่เห็น เราจะมาลองดูกันว่าอิชั้นจะสามารถแต่งฟิคปกติได้หรือไม่ หุหุ










No comments:

Post a Comment