Tuesday, November 03, 2015

To Be Enchained [3]






มือบางที่ผ่านงานมาเพียงน้อยนิดค่อยๆวางจานผลไม้และแก้วน้ำผลไม้คั้นลงบนโต๊ะอ่านหนังสือของตนทว่าตอนนี้ได้กลายเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราวของคนที่เอาแต่จดจ้องเอกสารมาตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ วันนี้บยองฮอนเข้าบริษัทหลังจากที่ห่างหายไปเป็นเดือน ไม่แปลกนักหรอกที่จะกลับมาพร้อมกับเอกสารกองใหญ่แบบนี้ เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้าไม่มานั่งเฝ้าราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหนคงไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งทำงานชดเชยจนหน้าดำคร่ำเครียดแบบนี้

สิบกว่าวันแล้วที่กลับมาจากทริปฮันนีมูน บยองฮอนเองก็ทำตามที่เคยบอกไว้ว่าจะพามาที่บ้าน เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้ให้กำเนิดแล้วชานฮีไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะหันไปบอกสามีว่าอยากอยู่ที่บ้านของตน บยองฮอนเองก็ไม่ได้ว่าอะไรซ้ำยังโค้งตัวให้แม่แล้วบอกว่าขอฝากตัวด้วย ชานฮีได้แต่อ้าปากค้างเพราะสิ่งที่ตัวเองหมายถึงก็คือมีแค่ตนที่จะอยู่ที่นี่ ส่วนบยองฮอนนั้นก็ควรจะกลับไปอยู่ที่บ้านเพราะควรจะกลับไปทำงานเสียที อีกอย่างบ้านของเขากับบริษัทของบยองฮอนก็ไกลกันมากเสียด้วยสิ

ชานฮีค่อนข้างจะไม่พอใจที่บยองฮอนไม่ยอมเข้าบริษัทเสียทีเพราะการทิ้งบริษัทไปเป็นเดือนแบบนี้ย่อมเกิดผลเสียมากกว่าผลดีอยู่แล้ว แต่รู้ว่าพูดไปบยองฮอนก็คงไม่ฟังตนอยู่ดีจึงเลือกที่จะเงียบเสีย อะไรที่อยู่บนพื้นฐานความพอใจของอี บยองฮอน มีหรือที่อี ชานฮีจะขัดได้ แต่ที่เขาไม่ชอบใจจริงๆก็คือการที่อีกฝ่ายต้องมาตามเก็บงานเสียจนไม่ได้ลุกไปทำอะไรเลยแบบนี้ต่างหาก

“พักหน่อยเถอะครับ” เอื้อมไปแย่งปากกามาจากมือหนาก่อนที่จะเลื่อนจานผลไม้เข้าไปใกล้ ตั้งแต่บ่ายสามจนกระทั่งตอนนี้ที่เกือบจะสองทุ่ม บยองฮอนยังไม่ได้ลุกไปไหนเลยแม้กระทั่งทานมื้อเย็น แม่จึงบอกให้เตรียมผลไม้มาให้กับสามีเสีย ทั้งที่ในใจอยากจะงอแงว่าถ้าหิวก็ลงมาเอง แต่พอเจอสายตาดุๆเข้าไปก็ได้แต่ปิดปากเงียบ

“มาให้กอดหน่อยสิ” วงแขนแกร่งโอบรั้งเอวให้เข้าหา ชานฮีเองก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรเพราะรู้ดีว่าทำไปก็เท่านั้น ร่างเล็กทรุดกายลงนั่งบนตักกว้างโดยหันหน้าเข้าหาพร้อมกับสองมือที่รั้งบ่ากว้างเอาไว้

“ต้องทานผลไม้ที่ผมเอามาให้นะครับ ใช้สมองขนาดนี้แล้วยังไม่ทานข้าวอีก ไม่ดีหรอกนะ”

“พักนี้ขี้บ่นจัง”

“เป็นห่วงนี่ครับ ไม่ดีหรอกเหรอ?”

“มันก็ดี แต่รู้ตัวไหมว่าเปลี่ยนไปเยอะ” เลิกคิ้วเล็กๆกับสิ่งที่ได้ยิน นึกไปถึงคำพูดของมารดาที่บอกว่าอาการบางอย่างของเขาเหมือนคนกำลังท้องเสียเหลือเกิน ตอนที่ได้ยินชานฮีได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องท้องในสักวันเพราะบยองฮอนเองก็ไม่เคยหยุดที่จะเอาเปรียบกันเลยสักคืน ทว่าก็ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

“คุณบยองฮอนครับ คุณว่าผมมีอะไรผิดปกติรึเปล่า?”

“ทำไมล่ะ เธอเป็นอะไรรึไง?” สายตาคมสำรวจเนื้อตัวของเขาแบบคร่าวๆก่อนที่จะกลับมาจ้องตากัน ใช้มือขวาเกลี่ยผิวแก้มเบาอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ

“แม่ถามว่าผมท้องรึเปล่า ผมดูเหมือนคนท้องเหรอ?”

“.....” ริมฝีปากเรียวยกยิ้มจนไปถึงนัยน์ตา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบยองฮอนมีความสุขขนาดไหน สิ่งที่บยองฮอนต้องการกำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่บยองฮอนต้องการ แต่ชานฮีไม่ได้ต้องการ

“อย่าเอาแต่มองสิครับ ผมอายเป็นนะ”

“จะเป็นแม่คนแล้วยังจะอายอีก” น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความอบอุ่นและเอ็นดู ชานฮีเกลียดเหลือเกิน

“ยังไม่แน่ใจสักหน่อย อาจจะไม่ใช่ก็ได้”

“พรุ่งนี้ไปตรวจกัน”

“ผมยังไม่อยากรู้ครับ ขอเวลาผมอีกหน่อยนะ” ยกยิ้มจางพลางยกมือขึ้นนวดขมับให้กับผู้เป็นสามี รวมทั้งใช้ปลายหัวแม่มือคลึงร่องรอยที่หว่างคิ้วให้หายไป “อย่าขมวดคิ้วสิครับ หน้าแก่ไวนะ”

“เธอไม่มั่นใจในตัวฉันรึยังไงชานฮี”

“.....” ได้แต่ยกยิ้มแทนคำตอบ ถามแบบนี้ชานฮีจะเอาคำตอบที่ไหนไปให้กัน

“ฉันยอมรับว่าตอนนั้นฉันอยากมีลูกกับมินจี แต่ตอนนี้เธอเป็นเมียฉัน ฉันก็ต้องอยากมีลูกกับเธอสิเด็กน้อย จะให้ฉันไปมีลูกกับใครที่ไหนกัน”

“การแต่งงานของเรามันเกิดจากการตกลงกันของผู้ใหญ่ เด็กที่เกิดมาจะไม่ได้เกิดมาจากความรัก ผมไม่อยากให้ลูกผมเป็นแบบนั้นหรอกนะครับ”

“แล้วฉันเคยพูดรึไงว่าฉันไม่ได้รักเธอน่ะ”

“แต่คุณก็ไม่เคยพูดอะไรเลยนี่ครับ”

“เธอก็ไม่เคยพูด แต่ฉันกลับมองออก น่าแปลก”

“คุณบยองฮอน!” กำปั้นเล็กทุบลงบนอกหนาจนดังอั่ก แต่แทนที่คนถูกกระทำจะโกรธเคืองกลับหัวเราะออกมาอย่างหน้าตาเฉย มือหนายึดกำปั้นเล็กทั้งสองเอาไว้แล้วออกแรงดึงเพื่อให้ร่างเล็กเอนตัวเข้าหา ชานฮีได้แต่ทำหน้าง้ำหน้างอด้วยความไม่พอใจ จะให้เรียกว่าเคืองก็คงไม่ผิดนัก

เกลียดบยองฮอนที่มองเขาออกไปซะหมด เกลียดตัวเองที่ไม่รู้จักเก็บความรู้สึกให้ดี

“ขอเวลาฉันหน่อยนะเด็กดี อีกไม่นานนักหรอก มันจะมีแค่เรา”

“มันจำเป็นที่คุณจะต้องลงทุนขนาดนี้เลยเหรอครับ?”

“.....”

“ถ้ามันยุ่งยากขนาดนั้น เราหย่ากันไหม คุณจะได้ไปมีลูกกับคนที่คุณรักไง”

“รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา” น้ำเสียงทุ้มนั้นนิ่งงันเสียจนสัมผัสได้ บยองฮอนกำลังไม่พอใจ

“.....”

“เรื่องหย่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดง่ายๆนะรู้ไหม”

“แต่งงานทั้งๆที่ไม่ได้รัก ไม่แม้กระทั่งรู้จัก ผมยังทำได้เลยนี่ครับ แค่หย่า มันไม่ยากนักหรอก”

“อี ชานฮี!” น้ำเสียงที่กดต่ำลงไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวเลยสักนิด นึกแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่กล้าต่อปากต่อคำ บางทีอาจเป็นเพราะเขาเหนื่อยมากเกินไป หรืออาจเพราะความอดทนนั้นใกล้หมดเต็มทนแล้วก็ได้

“คุณมันเห็นแก่...ตัว” น้ำเสียงสั่นเครือนั้นช่างยากที่จะห้าม ไม่ได้อยากอ่อนแอให้เห็นเลยสักนิด มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ร่วงหล่นด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็น

เกลียดตัวเองที่อ่อนแอมากเกินไป
เกลียดมากกว่าที่เกลียดบยองฮอนเสียอีก





บยองฮอนรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนใจเย็น แต่เขาเป็นคนใจร้อนที่ไม่ได้ใช้อารมณ์ในการพูดคุยหรือตัดสินปัญหาไปซะทุกครั้ง ยิ่งหลังจากแต่งงานกับชานฮีแล้วเขาก็ต้องทำให้ตัวเองใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะชานฮีเป็นเด็กที่ไม่พูดไม่จา ไม่ว่าตัวเองจะถูกหรือผิดก็เอาแต่เงียบ มีเพียงสายตาตัดพ้อเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเสียใจ

สายตาแบบนั้นมันทำให้บยองฮอนเกลียดตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

“ฉันจะถือว่าที่เธอพูดก็เพราะเธอกำลังท้อง ฮอร์โมนในตัวเธอมันเปลี่ยนจนอารมณ์ขึ้นๆลงๆ” พยายามไม่ถือสาเพราะเขาค่อนข้างมั่นใจว่าชานฮีคงกำลังท้องถึงได้เป็นแบบนี้ แล้วเจ้าตัวเองก็น่าจะรู้แต่เลือกที่จะไม่ยอมรับเสียมากกว่า เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่เจ้าตัวบอกมาคือเขาอยากมีลูกกับมินจีถึงได้ไปหายาคุมมากิน บยองฮอนเองก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ เด็กคนนี้ดื้อดึงมากกว่าที่เขาคิดเสียอีก

“ผมไม่ได้ท้อง ฮึก”

“นอกจากจะอารมณ์แปรปรวนเธอเองก็เพลียมากกว่าปกติ แถมยังบ่นว่าเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอีก”

“.....”

“แล้วรู้อะไรไหม นอกจากหน้าอกเธอจะใหญ่ขึ้นแล้วเธอเองก็ต้องการฉันมากขึ้นจากแต่ก่อนด้วย”

“ไม่จริง อึก สักหน่อย” อยากจะจับเด็กดื้อมาตีนัก ขนาดร้องห่มร้องไห้จนต้องยกมือขึ้นมาปาดน้ำตายังอุตส่าห์จะเถียงกันอีก

“เด็กดี ไปตรวจกันนะ” สองมือประคองแก้มนิ่มพลางใช้หัวแม่มือปาดหยาดน้ำตาออก ปลายจมูกเชิดขึ้นเล็กน้อยที่บอกเขามาตั้งแต่แรกว่ารั้นเหมือนกับเจ้าของมากเพียงไหนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าสงสาร แพขนตาชุ่มน้ำเพราะมือน้อยที่ขยี้เสียจนเปียกไปหมด ซ้ำดวงตายังแดงกร่ำจนบยองฮอนรู้สึกว่าตนนั้นเลวเสียเหลือเกินที่ทำชานฮีร้องไห้ได้ถึงขนาดนี้ แต่ชานฮีจะรู้ไหมว่าเขาเอ็นดูมากแค่ไหนเวลาที่เจ้าตัวร้องห่มร้องไห้เอาแต่ใจราวกับเด็กๆ

ไม่บ่อยนักหรอกที่ชานฮีจะทำตัวไม่มีเหตุผล

“ไม่อยากไป”

“งั้นซื้อที่ตรวจครรภ์มา”

“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากรู้จริงๆนะ”

“ก็ไม่ได้บังคับ ฉันจะซื้อเอามาไว้ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่แล้วค่อยตรวจ”

“.....”

“แล้วถ้าท้องจริงไม่ต้องคิดจะหาทางเอาออกเลยนะ ไม่สำเร็จขึ้นมาลูกเธอได้พิการตั้งแต่ยังไม่เกิดแน่”

“.....” สองมือเล็กเลื่อนลงไปกุมท้องตัวเองพร้อมกับสีหน้าที่ฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด บยองฮอนก็ได้แต่ยกยิ้มจาง ทั้งที่ปากบอกว่าตัวเองไม่ได้ท้องรวมถึงไม่อยากที่จะท้องแต่กลับแสดงอาการราวกับเป็นห่วงลูกเสียเหลือเกิน

“ถ้าท้องก็คือท้องชานฮี เธอเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”

“ก็คุณไม่ใช่รึไงที่ทำจนผมเป็นแบบนี้” อี ชานฮีนี่พอดื้อแล้วเป็นเด็กที่น่าตีจริงๆ

“ทำอะไรล่ะหืม? อธิบายชัดๆหน่อยสิ” จรดริมฝีปากบนกลีบปากอิ่มรวมทั้งไล้ฝ่ามือไปที่แผ่นหลังเล็ก ยอมรับว่าเสพติดเรือนร่างของชานฮีเสียจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งมันก็น่ากลัวที่อีกฝ่ายเองก็เรียกร้องหาเขาเช่นเดียวกัน

“อึก...” เสียงที่บ่งบอกถึงอาการหอบหายใจทำให้ต้องหยุดการกระทำของตนลงในทันที รั้งศีรษะกลมให้ซบลงที่บ่าของตนพลางลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลม วันสองวันมานี้บยองฮอนไม่ได้ทำอะไรคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมายนอกจากกอดและจูบ แม้ความต้องการของชานฮีจะมากขึ้นจากเมื่อก่อนทว่าลมหายใจที่ถี่รัวจนผิดปกตินั้นทำให้นึกเป็นห่วงเสียเหลือเกิน เพราะตัวอ่อนในครรภ์เองก็ต้องการอ็อกซิเจนร่างกายจึงต้องพยายามนำอากาศเข้าไปให้มากขึ้น ส่วนมากแล้วอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อย่างเข้าเดือนที่สี่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นกับคนที่เพิ่งต้องท้อง ชานฮีเองก็น่าจะเป็นแบบนั้น

ยังมีอีกหลายสิ่งที่บยองฮอนสังเกตเห็นซึ่งมันก็ตรงกับสิ่งที่เขารู้มาทุกอย่าง ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากจะทำร้ายจิตใจของเด็กดื้อมากนัก แต่ก็นึกแปลกใจไม่น้อยที่เจ้าตัวกล้าพูดเรื่องนี้กับเขา พอนึกไปถึงที่ว่าคนท้องจะเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ ก็ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะมีอิทธิฤทธิ์มากมายเสียจนทำให้คนเป็นแม่ที่เป็นเด็กดีมาตลอดออกอาการดื้อเสียขนาดนี้

น่ากลัวว่าลูกจะดื้อเสียเหลือเกิน



* * *



เพราะได้กลับมาอยู่ที่บ้านชานฮีจึงดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เจ้าตัวเองที่รู้สึก กระทั่งบยองฮอนเองก็คิดแบบนั้น ในสายตาของผู้เป็นสามีแล้วอี ชานฮีเป็นเด็กหัวอ่อนที่ค่อนข้างจะโตเกินตัวในเรื่องของการใช้เหตุใช้ผล ความต้องการของตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องหลัก แต่ความพอใจของคนรอบข้างต่างหากที่เจ้าตัวให้ความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการยอมแต่งงานโดยไม่คัดค้านอะไรด้วยเหตุผลที่ว่าสิ่งที่ผู้ให้กำเนิดเลือกให้คือสิ่งที่ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วว่าดี กระทั่งเรื่องที่เขาโกรธเคืองที่เจ้าตัวใช้ยาคุมกำเนิดเองก็ตาม

ไม่แปลกหรอกครับที่คุณจะโกรธมากขนาดนี้ ก็คุณอยากมีลูกมากนี่นา

นั่นคือคำพูดที่เขาได้รับหลังจากได้คุยเพื่อปรับความเข้าใจกับอีกฝ่าย แต่ถึงจะปรับความเข้าใจกันแล้วทว่าเขาก็ยังไม่เข้าใจชานฮีอยู่ดี เหตุผลของชานฮีในการใช้ยาคุมกำเนิดมันมีแค่นั้นจริงๆหรือ? แค่เพราะเขาเคยพูดว่าอยากมีลูกกับมินจี เหตุผลแค่นั้นมันจะทำให้ชานฮีต้องดั้นด้นไปหายามาด้วยตัวเองเลยอย่างนั้นหรือ?

ความรู้สึกนึกคิดของชานฮีนั้นคือเรื่องที่จะคาดเดา อาจเพราะเจ้าตัวไม่เคยเอ่ยความต้องการใดๆออกมา หรือบางที่เจ้าตัวอาจจะคิดว่าตนคือภรรยาทางนิตินัยก็เท่านั้น เพราะการแต่งงานมันไม่ได้เกิดจากความรักชานฮีถึงได้ทิ้งระยะห่างกับเขามาขนาดนี้ ห่างมากเสียจนบยองฮอนเองก็เหนื่อยที่จะวิ่งตาม แต่ก็น่าแปลกที่บยองฮอนเองก็ไม่เคยที่จะหยุดวิ่ง แม้ชานฮีจะไกลออกไปแค่ไหนก็ยังก้าวขาออกไปด้วยคิดว่าสักวันอีกฝ่ายจะยืนรอกัน

บางทีมันก็น่าแปลกตั้งแต่คนอย่างอี บยองฮอนคิดที่จะวิ่งตามใครสักคน

วงแขนกว้างโอบกอดร่างโปร่งที่ช่วงหลังนี้ดูซูบลงไปเล็กน้อยก่อนจะใช้ปลายคางของตนวางลงไหล่บาง ปลายจมูกจรดลงบนซอกคอขาวพลางสูดกลิ่นหอมประจำตัว เวลาอยู่บ้านชานฮีจะไม่ใช้น้ำหอม มากสุดก็จะเป็นแค่แป้งเด็กแต่น่าแปลกที่บยองฮอนไม่เคยห้ามใจตัวเองได้เลยสักครั้งเมื่อได้เข้าใกล้

“ทำอะไรหืม?”

“เค้กวิคตอเรียครับ”

“.....” มองไปยังก่อนกลมสองแผ่นบนโต๊ะและผลไม้จำพวกเบอร์รี่ที่อยู่ในถาด บยองฮอนพอรู้มาบ้างว่าชานฮีทำอาหารเป็นแต่ก็ไม่เคยได้ถามหรือได้เห็นอย่างจริงๆจังๆเสียที

“เมื่อเช้าคุณแม่ถามหาคุณ ผมบอกว่าคุณทำงานจนเกือบเช้าเลยไม่ได้ลงมาทานข้าว ตอบให้ตรงกันนะครับ”

“เหรอ? น่าจะบอกไปว่าฉันมัวแต่กำราบเด็กดื้ออยู่”

“ไม่ดื้อสักหน่อย” ใบหน้าใสหันกลับมาหาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดน้อยๆ ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด คนถูกมองก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ เด็กดีของคุณนายอีชักจะแผลงฤทธิ์อีกแล้วสิ

“อยากให้เห็นหน้าตัวเองเหลือเกิน รู้ไหมว่ามันน่าตีขนาดไหน”

“ปล่อยก่อนเถอะครับ แบบนี้ผมทำไม่สะดวกนะ”

“ไม่ได้กวนสักหน่อย แค่กอดอย่างเดียวเอง”

“นั่นแหละครับที่เรียกว่ากวน”

“ก็อยากกอดเมีย ไม่กอดเมียจะให้ไปกอดใครกันหืม?” กดริมฝีปากบนกลีบปากอิ่มเบาๆไม่ได้รุกล้ำแต่อย่างใดด้วยกลัวชานฮีจะหายใจลำบาก

“คุณมินจีไงครับ” มุมปากข้างหนึ่งของคนตอบนั้นยกขึ้นเล็กๆก่อนที่เจ้าตัวจะหันกลับไปหาเค้กของตน คนฟังก็ได้แต่พยายามสูดลมหายใจเพื่อให้ตนนั้นใจเย็นลง ยอมรับว่าโมโหที่ได้ยินแบบนั้น แต่จะให้แสดงอาการมากมายเหมือนเมื่อก่อนก็กลัวว่าคนในอ้อมกอดนี้จะคิดมาก ซ้ำยังน่ากลัวว่าจะไปกระทบกับเจ้าตัวเล็กที่อาจจะกำลังอยู่ในท้องของแม่คนดื้ออีก

น่าแปลกที่คนอย่างอี บยองฮอนรู้จักคิดและควบคุมตัวเองมากถึงขนาดนี้

“อยู่กันสองคน จะพูดถึงคนอื่นทำไม?”

“คนอื่นสำหรับผมครับ แต่ไม่ใช่สำหรับคุณ”

“ถ้าพูดอีกทีอย่าหวังเลยว่าคืนนี้จะได้นอน คราวนี้ได้ท้องสมใจฉันแน่เด็กดื้อ”

“.....” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เจ้าตัวทำเพียงนิ่งแล้วหยิบโน่นหยิบนี่ทำเค้กต่อไป บยองฮอนก็ได้แต่ถอนใจด้วยไม่รู้จะเอาใจคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างไร ทั้งที่มองออกว่าชานฮีเองก็มีความรู้สึกให้กับตนแต่ที่แปลกใจคือทำไม่อีกฝ่ายถึงได้เย็นชานัก ถ้าไม่รักกันสักนิดบยองฮอนคงไม่ต้องมาคิดให้ปวดหัวแบบนี้

อาจเพราะการแสดงออกของชานฮีนั้นต่างจากคนอื่นที่เขาเคยเจอ...





ที่พูดไปนั้นใช่ว่าจะไม่เจ็บ...แต่เพราะรู้ว่าเจ็บถึงได้พูด
เพื่อที่จะได้เตือนสติตัวเองเอาไว้ว่าอี บยองฮอนนั้นไม่ใช่ของตนแต่อย่างใด

ยอมรับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมามีความสุขอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ได้รับ ในแต่ละวันแทบจะไม่ได้ออกห่างจากบยองฮอนเลยสักฝีก้าว การดูแลความเอาใจใส่ที่ได้รับส่งให้หัวใจดวงน้อยไหวเอนเสียจนน่ากลัว เกิดความรู้สึกอยากครอบครองอีกฝ่ายไว้เพียงคนเดียว บางวูบของความรู้สึกได้แปรเปลี่ยนเป็นว่าอยากจะใช้ลูกของตนผูกมัดอีกฝ่ายเอาไว้ หากเมื่อสำนึกได้ว่าตนนั้นอยู่ในฐานะอะไรก็ราวกับถูกโยนขึ้นให้สูงแล้วปล่อยตกลงมา ในช่องอกนั้นเจ็บไปเสียหมด ราวกับมีใครมาบีบก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจเอาไว้ มันเจ็บเสียจนไม่อยากจะทนอีกต่อไป

ที่ผ่านมาชานฮีเลือกที่จะปิดหูปิดตา เชื่อเพียงแค่ในสิ่งที่ตนอยากจะเชื่อ เลือกที่จะตัดความเจ็บปวดออกไปและจมตัวเองอยู่ในความฝันอันแสนเลือนรางของตน เพราะยังอยากที่จะอยู่ใกล้คนที่ตนรัก เพราะยังอยากที่จะทนไหวจึงยอมทำเหมือนไม่รับไม่รู้อะไร ทว่าความจริงมันก็ย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ และบางทีการปล่อยให้เรื่องราวมันคาราคาซังมันก็อาจจะกลายเป็นเส้นเชือกที่ผูกมัดกันจนเป็นเงื่อนตาย ยิ่งมัดแน่นเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เชือกที่ไม่มีวันแก้ออก...นอกจากจะตัดเสียให้ขาด

มันอาจจะถึงเวลาที่ชานฮีต้องตาสว่างและจัดการกับเชือกเส้นนั้นเสียที




T B C .





ความจริงอยากเล่นเค้กวิคตอเรียมากรุย แต่กลัวจะไปขัดอารมณ์เลยเอาออกดีกว่า
เดี๋ยวเก็บไว้เล่นในแท็กเถอะ ส่วนทวิตเตอร์ มีนะมี มีจริงๆ นานๆเข้าที ใช้ยามจำเป็น
แต่เดี๋ยวน่าจะได้เข้ามากกว่าเดิมเพราะกะว่าจะส่งข่าวอัพฟิคในนี้ เห็นเอาไปเมนชั่นแล้วปวดปอด
น่ากลัวว่าจะรำคาญกัน ให้มันอยู่เฉยๆเหมือนรูปปั้นจะดีกว่า ถ้าคนเขาอยากดูเดี๋ยวเขาก็มาหาเอง
ส่วนฟิคเรื่องนี้ ตอนหน้าตอนจบแหละ ปรบมือสิคะรออะไร ฮอลลลลลล /ปาดน้ำตา
ปล. ไม่ได้เช็กคำผิดนะคะ ขี้เกียจแรง นอยด์การบ้าน
ปล 2. ทวิตเตอร์ๆๆ @Priserpinae




No comments:

Post a Comment