Sunday, December 27, 2015

The Smooth Contradiction [14]








เสียงดังโครมครามจากห้องครัวทำให้คุณนมที่กำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันต้องรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญห้องครัวนั้นเละไปถึงไหนแล้ว หลังจากตอนบ่ายแก่ๆทั้งคุณชายและคุณหนูต่างหอบข้าวของเดินเข้ามาอย่างพะรุงพะรังพร้อมทั้งบอกว่าจะช่วยกันอาหารเอง เธอที่เป็นคนเลี้ยงคุณชายมาตั้งแต่เกิดได้แต่อึ้งเพราะรู้ดีว่าคุณชายทำงานครัวไม่ได้สักอย่าง แค่เดินเข้ามาในครัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ประหลาดเกินพอแล้ว แต่นี่กลับเดินถือของสดเข้ามาแล้วก็ไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ คุณหนูชานฮีจะพูดอะไรก็ดูเหมือนว่าจะเออออไปเสียหมด
แม้ว่าคุณชายจะไม่ได้พูดอะไรแต่เธอก็พอจะดูออกว่าสองคนนี้กำลังมีอะไรบางอย่าง เสาร์อาทิตย์ก็พากันหมกตัวอยู่ในบ้าน ถ้าไม่เล่นดนตรีก็ลากกันเข้าไปนั่งเล่นในสวนหลังบ้านโดยมีคนตัวเล็กที่กระโดดโลดเต้นจูงมือไป กว่าจะกลับมาก็เกือบค่ำ สายตาที่คุณชายของเธอมองคนตัวเล็กก็ชัดเจนเสียจนแม่บ้านตกใจกันเป็นแถบๆ จะบอกว่าดีใจก็ดีใจอยู่หรอก คุณชายมีความสุขขนาดนี้ใครจะไม่ชอบใจ แต่มันก็ยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้างหากแต่ไม่กล้าจะเอ่ยถาม
คุณหนูอาราล่ะ
เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ
คุณนมฮะ พี่บยองฮอนดุอ่ะคนตัวเล็กที่กำลังยืนเม้มปากมองหน้าคุณชายของเธอรีบวิ่งมาฟ้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกมือขึ้นมาคล้องแขนของเธอไว้ ส่วนคุณชายของเธอก็ได้แต่ยืนทำหน้านิ่งอยู่แบบนั้น
พี่เขากินเค็มเกินไป ผมก็เลยห้ามไม่ให้ใส่เกลือ แค่นี้เองฮะคุณนม
แล้วใครใช้ให้ใส่น้ำตาลมากขนาดนั้น จะเชื่อมหรือยังไง
เอาเป็นว่านมทำให้ดีกว่านะคะ ขืนให้ทำเองมีหวังทะเลาะกันแน่ๆ นะคะชานฮีที่กำลังจะอ้าปากเถียงจำเป็นต้องเงียบอย่างรวดเร็วเมื่อเจอเข้ากับสายตาใจดีของคุณนม พยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะปล่อยแขนออกแล้ววิ่งดุ๊กๆออกจากห้องครัวไป คุณชายของบ้านได้แต่ส่ายหัวน้อยๆอย่างเหนื่อยใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นมนาริมจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแล้วแตะท่อนแขนแกร่งนั้นเบาๆ
คุณชานฮีเธอยังเด็ก ก็ต้องเอาแต่ใจกันบ้างแหละค่ะ ไม่ได้โกรธจริงจังหรอก แค่งอนเท่านั้นเอง
ง้อบ่อยก็เหนื่อยนะครับนม
แล้วคุณชายของนมมีความสุขไหมล่ะคะรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคมก่อนจะหันมาสบตากับนมนาริม เธอเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กๆเธอต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาคิดอะไร
คุณชานฮีเธอง้อไม่ยากไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวเธอจะน้อยใจเอาชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มแม่นมก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไป หญิงชราได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆกับการกระทำที่หายไปนานหลังจากที่คุณชายของเธอเริ่มโตเป็นวัยรุ่น
ตราบใดที่คุณชายของเธอยังคงมีความสุขอยู่แบบนี้ เธอก็ขอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรก็แล้วกัน









คนตัวเล็กที่เดินดุ่มๆออกมาจากตัวบ้านรีบตรงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีชิงช้าผูกไว้ แม้จะหันหลังไปดูบ่อยๆว่าพี่บยองฮอนของเขาตามมาง้อหรือยังแต่ก็ไม่เห็นวี่แววแต่อย่างใด ทรุดตัวลงนั่งบนชิงช้าแล้วตีขาไปมาจนกิ่งไม้แทบจะโยก ยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าแม้จะรู้ว่าไม่มีใครเห็นแต่ก็ยังจะทำ พ่นลมฟึดฟัดก่อนจะพยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อไปการสงบอารมณ์
นึกแล้วก็ขำตัวเองน้อยๆที่กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไปเสียแล้ว โดนว่านิดหน่อยก็งอน แม้ว่าบางครั้งจะไม่ได้งอนจริงก็เถอะ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็ชานฮีชอบเวลาพี่บยองฮอนง้อนี่
นานเท่าไหร่แล้วนะที่อยู่ด้วยกันแบบนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่เขากลายเป็นเด็กนิสัยไม่ดี เอาแต่ใจพร่ำเพรื่อ แต่มันก็นานแล้วเหมือนกันนะที่พี่บยองฮอนตามง้อเขาแบบนี้ แล้วพี่บยองฮอนจะเบื่อหรือเปล่าที่ต้องมาคอยเอาใจเด็กไม่รู้จักโตแบบเขา
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด บางทีชานฮีก็อยากเป็นคนคิดเยอะๆบ้างจะได้ชินเสียที
อะคนตัวเล็กสะดุ้งน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงร่างสูงที่นั่งลงบนชิงช้าไม้ นี่เขาเหม่อจนกระทั่งไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าพี่บยองฮอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ไม่ได้หันหน้ากลับไปมองแต่อย่างใด ก็เขางอนอยู่นี่นา
ความเงียบโรยตัวลงอย่างเชื่องช้า การที่อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรยิ่งทำให้ความกดดันนั้นเพิ่มขึ้นจนอกแทบจะระเบิด คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะหันหน้าเข้าหาเพื่อที่จะง้อเสีย แต่เมื่อเจอกับใบหน้านิ่งงันเข้าก็ทำเอาความกล้าที่มีเลือนหายไปหมด
พี่บยองฮอนฮะ
ครับตอบกันด้วยน้ำเสียงนิ่งงันเสียขนอยากจะร้องไห้ ตอนนั้นที่เขาทำไปเขาไม่คิดว่าจะทำให้พี่บยองฮอนโกรธขนาดนี้ ก็เขาเคยตัวแล้วนี่
โกรธน้องเหรอคางเล็กวางบนไหล่กว้างจ้องใบหน้าคมพร้อมกับทำตาปริบๆอย่างน่าสงสาร ร่างสูงถอนหายใจน้อยๆก่อนจะหันมามองนัยน์ตาที่ทอประกายนั้น
โกรธที่ไหนล่ะครับ ไม่ได้โกรธสักหน่อย
ก็ไม่เห็นง้อสักทีนี่วงแขนเล็กโอบรอบเอวหนาอย่างออดอ้อนก่อนจะขยับหน้าเข้าใกล้ใบหน้าคม จรดริมฝีปากลงบนสิ่งเดียวกันของอีกฝ่ายเพียงครู่แล้วถอยออกมา
คราวนี้น้องง้อก็ได้ ไม่งอนน้องนะฮะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มใส คนมองได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งที่พยายามไม่ล่วงเกิน แต่เด็กน้อยก็ยังคงยั่วกันเป็นระยะๆ แถมยังไม่รู้ตัวเสียด้วยสิ เห็นเขาเป็นพระอิฐพระปูนหรือยังไง
พี่เป็นคนนะชานฮี ไม่ใช่อรหันต์ที่ตัดขาดจากทางโลก ถ้าพี่ทนไม่ไหวขึ้นมาเราจะทำยังไง หือคนตัวเล็กยิ้มแห้งๆก่อนจะปล่อยมือออกจากเอวหนา ขยับกายออกห่างจากคนตัวสูงที่เริ่มมีสายตาเปลี่ยนไป จะว่าไปตั้งแต่เขามาที่นี่เพื่อร้องห่มร้องไห้วันนั้นเขาก็เข้าหาคุณเจ้านายเสียจนไม่รู้จะเขาหายังไง แต่ก็ไม่ได้อะไรมากมายไม่ใช่เหรอ เขาก็ทำเหมือนที่เขาทำกับพี่ยูชอนนี่ ก็แค่กอด ก็แค่หอมแก้ม ขี่หลัง แล้วก็มีนั่งตักบ้างในบางที พี่ยูชอนไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย
ถ้าทนไม่ไหวก็บอกสิฮะ จะได้หนีก่อน
คิดว่าพี่จะปล่อยให้หนีเหรอครับกลายเป็นว่าเจ้านายที่แสนนิ่งราวกับน้ำแข็งของเขาความจริงแล้วก็คนเจ้าเล่ห์ดีๆนั่นแหละ ชักเกลียดสายตาคู่นี้แล้วสิ นัยน์ตาเศร้าคู่เดิมหายไปไหนนะ
ไม่ต้องมาทำตาเจ้าเล่ห์เลย น้องกลัวจริงๆนะคนตัวสูงยกยิ้มน้อยๆก่อนจะเอื้อมไปยกคนตัวเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตักของตัวเอง ก่อนจะใช้ปลายเท้าดันพื้นเบาๆเพื่อให้ชิงช้าแกว่งไปมา
พี่ก็กลัวว่าพี่จะทำเหมือนกันนั่นแหละน่า แต่พี่สัญญากับเราแล้วว่าจะอดทนเพื่อเรา พี่อดทนได้ทุกเรื่องนั่นแหละ
เอาจมูกออกจากคอน้องเดี๋ยวนี้เลยคนพูดย่นคอน้อยๆก่อนจะหันหน้ากลับมาเพื่อจะโวยวายแต่ปลายจมูกของตนดันไปชนกับแก้มของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง
ทุกสิ่งเข้าสู่ความเงียบงัน มีเพียงเสียงของสายลมในยามบ่ายเท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่ต่อไป มือกว้างเริ่มที่จะอยู่ไม่สุขจึงเลือกที่จะโอบกอดเอวบางเอาไว้ก่อนที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้  หากแต่ริมฝีปากนั้นกลับตักตวงความหอมหวานจากอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่อยากจะทำร้ายเด็กน้อยตรงหน้านี่หรอก แต่บางครั้งมันก็อดไม่ได้จริงๆ
ตั้งแต่วันที่ชานฮีเดินเข้ามาหาในห้องดนตรีวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่เขาล่วงเกินเด็กไร้เดียงสานี่ ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่เขาพยายามยับยั้งชั่งใจ และก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วเช่นกันที่ชานฮียังคงไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
ถ้าเป็นที่ห้อง เราไม่รอดแน่ ชานฮี
พี่บยองฮอนจะทำจริงๆเหรอเอ่ยถามทั้งที่ริมฝีปากยังคงไม่ออกห่างจากกัน นัยน์ตาสั่นระริก หากแต่ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
“ไม่รู้สิ ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน”
“.....” ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ
“.....”
วันนี้ครบสี่เดือนที่เราเจอกันแล้วนะฮะ พี่จำได้หรือเปล่า
ร้อยยี่สิบวันแล้วสินะ ใช่ไหมถามพร้อมรอยยิ้มก่อนจะวางคางลงบนไหล่บาง
หลังจากนี้ ความรักสินะฮะ
รักแรกหรือเปล่าครับ
ไม่รู้สิฮะ ชานฮีเคยมีแฟนตอนม.ปลายนะ ไม่เห็นรู้สึกอยากให้จูบแบบนี้เลยคนฟังได้แต่หัวเราะในลำคอก่อนจะหยุดแกว่งชิงช้าทำให้คนตัวเล็กนั้นลุกขึ้นยืนในทันที หันกลับมาหาแล้วดึงข้อมือใหญ่ให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเพื่อเดินตาม
น้องอยากเล่นเปียโนแล้ว ไปกันเถอะฮะ








ปลายนิ้วเรียวเล็กกดไปตามคีย์บอร์ดของเปียโนด้วยความคล่องแคล่ว เปลือกตาบางหลับพริ้มราวกับตกอยู่ในโลกของเสียงดนตรี ริมฝีปากบางอมยิ้มเล็กๆอย่างมีความสุขโดยไม่รับรู้ถึงสายตาของคนที่ยืนจ้องอยู่อีกมุมห้องเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงยืนกอดอกพิงกำแพงห้อง จ้องมองไปยังเด็กน้อยที่จมเข้าสู่โลกของตัวเองพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปาก เสียงเพลงที่ขับกล่อมให้ความเครียดผ่อนคลายลงเสียจนแทบจะไม่มีเหลือ รวมถึงภาพที่ตนนั้นเสพเข้าไป ภาพของคนที่ทำให้เขารู้ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าความสุขอยู่จริงๆ
เปลือกตาหนาปิดลงช้าๆเพื่อฟังเสียงเพลงที่เกิดจากปลายนิ้วเรียวเล็กนั่น แต่ก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อเสียงเพลงนั้นจบลงแล้วหากแต่เขาก็เลือกที่จะปิดตาเอาไว้ คิดทบทวนภาพความทรงจำทั้งหมดที่ผ่านมา ความทรงจำของสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับชีวิตเขา ชีวิตที่แสนจะจืดชืดนี้ แต่ตอนนี้กลับมีสีสันแต่งเติมมากมายด้วยฝีมือของเจ้าตัวเล็กที่แสนจะไร้เดียงสานั่น
พี่บยองฮอนฮะรู้สึกถึงมือเล็กที่กำชายเสื้อของเขาเบาๆจึงเลือกที่จะเปิดเปลือกตาขึ้น เลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าอยากได้อะไร “พี่ลืมนัดรึยัง วันนี้พี่มีนัดกับเพื่อนๆของพี่นะ”
“อ่า ลืมไปแล้วสิ”
“สองทุ่มนะฮะ ร้านชื่อ TwoSome
“ไปกับพี่ไหม?”
“.....” เจ้าหนูของเขาเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆพลางทำตาโต ลืมไปว่าชานฮีคงไม่เคยไปสถานที่แบบนั้น ก็ใสเสียขนาดนี้
“จะได้รู้จักเพื่อนพี่ไง”
“พี่ยูชอนไม่ให้ไปหรอก” ช่วงหลังๆมานี้พี่ยูชอนจะเข้มงวดกับเขาเป็นพิเศษ ถึงจะไม่ได้ห้ามเรื่องการพบเจอกับพี่บยองฮอนในช่วงเสาร์อาทิตย์แต่ก็สั่งให้กลับบ้านไม่เกินหกโมงเย็นของทุกวัน ช่วงหลังมานี้เขาจึงไม่ได้ค้างที่บ้านของพี่บยองฮอนเลย
“พี่ไปด้วยนี่ครับ ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย”
“ลองขอพี่ยูชอนก่อนได้ไหมฮะ?”
“พี่คุยให้ไหม?”
“ไม่เป็นไรฮะ น้องคุยเองดีกว่า พี่ยูชอนไม่ค่อยชอบพี่สักเท่าไหร่อ่ะ เดี๋ยวน้องมานะ” พูดจบก็เดินออกไปที่ระเบียงแล้วหญิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่วนบยองฮอนก็ได้แต่ยกยิ้มเล็กๆกับคำพูดของเจ้าหนูของเขา พูดแบบนั้นแสดงว่ามองออกด้วยอย่างนั้นสิ
ความจริงแล้วทุกคนก็มองออกทั้งนั้นนั่นแหละว่าพี่ยูชอนไม่พอใจเขาเสียเท่าไหร่นัก กระทั่งเรื่องที่เขาเลิกกับอาราแล้วเลือกชานฮีก็เถอะ แม้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนอื่นจะมองน้องกันยังไง บางทีอาจจะคิดว่าชานฮีคือมือที่สาม ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยสักนิด ชานฮีไม่เคยเข้ามาแทรกระหว่างเขากับอารา เพราะระหว่างเขากับอารานั้นมันไม่เคยมีอะไรเลย
อาจจะดูใจร้าย...แต่เขาไม่อยากรั้งอาราไว้อีกแล้ว
“พี่บยองฮอน”
“ครับ” หันไปไปตามเสียงเรียกก็พบกับเจ้าหนูน้อยที่เดินยิ้มเข้ามาหา แบบนี้แสดงว่าพี่ชายอนุญาตแล้วงั้นสิ
“ไปได้ฮะ แต่ห้ามถึงบ้านเกินเที่ยงคืน”
“พี่เขาดุรึเปล่า”
“น้ำเสียงแข็งมากเลย แต่ไม่เป็นไรหรอก น้องถือว่าอนุญาตแล้ว เนาะ”
“ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วเราโดนพี่เขาโกรธนะ”
“โกรธก็ง้อไง พี่ยูชอนง้อง่ายจะตายไป ว่าแต่น้องต้องกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านไหมฮะ น้องมาตัวเปล่านะ”
“ไม่ต้องหรอก ใส่ของพี่ไปก็ได้ แล้วอีกอย่าง เราเองก็ทิ้งของไว้ที่นี่ไม่ใช่หรือไง”
“นั่นสิเนาะ” รอยยิ้มกว้างบวกกับดวงตารูปพระจันทร์ทำให้มือกว้างต้องยกขึ้นไปขยี้ศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู น่ารักขนาดนี้พี่ชายไม่หวงสิแปลก แต่ก็ใช่ว่าพี่ยูชอนจะไม่แปลกคน เพราะการที่ยอมให้น้องชายตัวเองมาคลุกคลีอยู่กับเขาแบบนี้ทั้งที่ไม่พอใจเสียเหลือเกินนั้นแหละคือเรื่องแปลก
เพราะบางที...อีกฝ่ายอาจจะคิดอะไรอยู่ก็ได้



* * *



บางทีบยองฮอนก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่พาชานฮีมาด้วย
เสียงหัวเราะของชานฮีที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากจะยกยิ้มตามแต่อย่างใดเพราะตอนนี้เจ้าหนูตัวน้อยของเขากำลังนั่งอยู่ในดงเสือสิงห์กระทิงแรดทั้งนั้น เพราะเพื่อนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่รู้จักกันสมัยที่เขาไปเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ แล้วแต่ละคนก็ร้ายใช่ย่อย ร้ายเสียจนน่ากลัวว่าจะสอนอะไรผิดๆให้กับชานฮี
ถ้าถามว่ากลัวเป็นแบบนั้นแล้วจะพาน้องมาทำไม คราแรกเขาคิดว่าจะพาน้องมาเปิดหูเปิดตามรวมทั้งแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของตน อีกข้อที่คิดไว้คือชานฮีต้องกลัวไอ้พวกนี้เป็นแน่เพราะแต่ละรายมันธรรมดาซะที่ไหน แต่ที่ไหนได้ เข้ากันได้ดีราวกับรู้จักกันมาสักสิบปี
“เฮ้ยบยองฮอน แฟนมึงน่ารักดีว่ะ”
“.....” ไม่รู้จะตอบว่าอะไรจึงทำได้แค่กระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เขากำลังไม่พอใจ แล้วเจ้าหนูของเขาก็ไม่ได้รู้เสียด้วยสิว่าเขากำลังโกรธ
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคำว่าแฟนที่มินซูเป็นคนเอ่ยออกมา และที่โกรธก็คือโกรธตัวเองที่ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังสักที ตอนนี้เขากับชานฮีคบกันในสถานะไหนเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำไป แฟนอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่หรอก เพราะชานฮีเป็นมากกว่านั้นสำหรับเขา
อีกเรื่องนึงที่โกรธคือเจ้าหนูยอมที่จะลองดื่มตามที่คนอื่นหลอกล่อโดยไม่คิดจะหันมาถามเขาเลยสักนิด ถ้าหากคนที่ส่งแก้วให้ไม่ใช่ไอ้พวกนี้ แล้วเขาก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไงกัน
“ชานฮีเจอกับบยองฮอนมันได้ยังไง ท่าทางเราไม่น่ามาอยู่กับมันได้”
“พี่บยองฮอนเป็นเจ้านายฮะ”
“แม่งสมภารกินไก่วัดว่ะ”
“มึงเงียบไปไอ้ชาน ชานฮีครับ มานี่” หันไปเรียกน้องที่นั่งอยู่ท่ามกลางดงเสือให้กลับมาหาตนซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด น้องค่อยๆลุกขึ้นมาแต่ดูเหมือนว่าแข้งขาจะอ่อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เซไปเล็กน้อย ไม่เซสิแปลก ชานฮีดื่มเป็นเสียที่ไหนกัน แล้วของไอ้ที่พวกนั้นสั่งมามันเป็นค็อกเทลที่มีรสหวานนำ ไม่แปลกนักหรอกที่ชานฮีจะกระดกไม่หยุดจนเป็นแบบนี้
“มันหวงว่ะ”
“.....” บยองฮอนไม่ได้ตอบอะไรเพื่อทั้งสองเพราะมัวแต่ดูชานฮีที่เริ่มจะเหมือนคนเมาขึ้นทุกที ตอนนี้เขาให้น้องนั่งลงบนเก้าอี้นวมของตนส่วนตัวเองก็ขยับขึ้นมานั่งบนที่พักแขนแทน ก็ยังดีที่น้องยอมเดินมาหา ไม่ได้ดื้อดึงเหมือนอย่างที่นึกกลัว เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคงจัดการยากน่าดู
“หวงขนาดนี้แสดงว่ามันยังไม่ได้ฟัน” แทบอยากจะลุกขึ้นไปต่อยปากคนพูดเสียด้วยซ้ำ ถ้าน้องคิดมากขึ้นมา เขาจะทำยังไงกัน หาทางปลอบเด็กที่กำลังเมาน่ะไม่น่าจะง่ายนักหรอก
แรงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้ต้องหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาดูว่าใครกันที่โทรมาในยามนี้ ถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของอารา ครั้นจะไม่รับก็ดุจะใจร้ายเกินไปเสียหน่อยเพราะที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยคิดต่อไปหาเธอเลย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอติดต่อมา
“เดี๋ยวพี่มานะครับ” ก้มลงไปบอกเด็กน้อยที่ตอนนี้ตาเชื่อมเสียจนน่ากลัวก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับมินซูที่พอจะไว้ใจได้ว่าให้ช่วยดูชานฮีให้ที อย่างน้อยๆมันก็ไม่น่าจะพิเรนทร์เหมือนชานยอล
ร่างสูงเดินออกมาข้างนอกแล้วกดรับสาย กรอกเสียงลงไปเหมือนปกติที่เคยทำ เขาไม่ได้อยากจะตัดขาดกับอาราแต่จะให้ติดต่อไปหาก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม ให้เวลาช่วยรักษาความเจ็บปวดเสียจะดีกว่า เพราะยิ่งเขาเข้าหา มันอาจจะทำให้เธอเจ็บมากกว่าเดิม
“ครับอารา”
[พี่บยองฮอน]
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
[เปล่าค่ะ ก็แค่...]
“.....”
[ก็แค่คิดว่านานแล้วที่ไม่ได้คุยกันเลย]
“ครับ นานมากแล้ว” นับจากวันนั้นก็สองเดือนแล้ว
[สบายดีไหมคะ?]
“ดีครับ แล้วเราล่ะ เป็นไงบ้าง”
[ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่เป็นอะไรแล้ว]
“.....”
[ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณนะที่รับสายฉัน]
“อารา...”
[…..]
“พี่...” ยังไม่ทันจะพูดจบสายก็ถูกตัดไปเสียก่อน ไม่ใช่ว่าบยองฮอนจะไม่รับรู้ถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่จะให้เขาทำอย่างไรกัน บางที...เป็นแบบนี้มันอาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้
ถอนหายใจยาวก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน ตอนนี้คนที่ควรคิดถึงมากที่สุดคือชานฮี ก็ไม่รู้ว่าเวลาไม่กี่นาทีที่ไม่อยู่ในสายตา ชานยอลมันจะสอนอะไรแปลกๆให้หรือเปล่า ไว้ใจไม่ได้มากนักหรอกรายนั้น
เมื่อไปถึงที่โต๊ะก็แทบจะกุมขมับ ตอนนี้น้องเลื้อยลงไปนอนพิงเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อย แล้วเขาจะพาน้องกลับบ้านในสภาพนี้น่ะเหรอ? คงได้เจอหมัดพี่ยูชอนกระมัง
“มึงเอาอะไรให้น้องกินเยอะแยะวะ เมาแล้วเนี่ย” ต่อว่าเล็กน้อยก่อนที่จะรั้งแขนให้ชานฮีลุกขึ้นมานั่งตรงๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาปรือปรอยพลางถอนหายใจยาว เจ้าตัวไม่รู้หรอกว่าตัวเองในสภาพนี้น่ะมันน่าขย้ำขนาดไหน ก็ถ้าไม่ใช่ชานยอลกับมินซู บอกเลยว่าน้องไม่มีทางอยู่รอดปลอดภัย
“มาทำเป็นบ่น เดี๋ยวมึงจะต้องขอบคุณกูไอ้บยอง”
“ขอบคุณเหี้ยอะไรครับคุณชานยอล พี่ชายเขาให้พากลับบ้านก่อนเที่ยงคืน แล้วเมาขนาดนี้ ให้ตายเถอะ”
“งั้นมึงก็รีบพากลับเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการเอา”
“เออ งั้นกูไปก่อน โทษทีที่เป็นแบบนี้” ว่าแล้วก็ประครองชานฮีให้ลุกขึ้นยืน รั้งแขนข้างหนึ่งให้โอบรอบลำคอของตน
“เวลาเจอกันมีถมเถ วันหลังก็ได้มึง” มินซูพูดพลางยกยิ้ม บยองฮอนไม่ได้คิดอะไรมากนักจึงพาชานฮีออกจากคลับเพื่อที่จะได้กลับไปจัดการเนื้อตัวให้เรียบร้อยก่อนที่จะพากลับบ้าน ในสมองมีแต่เรื่องนี้ ทำให้ไม่ได้หันมามองเพื่อนสองคนว่าอยู่ในอาการไหน
ชานยอลและมินซูชนแก้วเหล้าก่อนที่จะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รอยยิ้มมุมปากและสายตาที่ฉายถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบาย น่าเสียดายที่อี บยองฮอนไม่ได้เห็นมัน





T B C .





คบเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัวเน่ะ
#คตตทลต











1 comment:

  1. มินซูชานยอลแกเอาไรให้น้องกินพี่รู้นะ..โอ้ยยยยยยยตัดภาพไปที่พี่กะน้องเลยดีไหม555//.อาราค่ะดลับมาทำไม

    ReplyDelete