ร่างสูงของชายหนุ่มเอนกายพิงผนังสีสดด้วยความเหนื่อยอ่อน
เขาวางสายจากอาราแล้ว เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจ
ไม่ใช่ว่าเขาอยากใจร้ายถึงได้ทำแบบนี้ แต่เขาเลือกแล้ว เลือกที่จะให้ชานฮีอยู่ข้างกาย
สิ่งที่เขาให้กับหญิงสาวได้คือความเป็นพี่ชายก็เท่านั้น
เขาเลือกที่จะสลัดความคิดทั้งหลายออกจากหัวก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพราะรู้สึกว่าทิ้งเด็กน้อยให้อยู่คนเดียวนานเกินไปแล้ว
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับชานฮีเขาคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตเป็นแน่
สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะรักษาเจ้าเด็กไร้เดียงสานี่ไว้ให้ดีที่สุด ทะนุถนอมทั้งกายและใจ
ให้ชานฮีเป็นเด็กน้อยแสนน่ารักของเขานานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ชายหนุ่มเดินเขาไปในห้องน้ำพร้อมรอยยิ้มด้วยหมายจะพาเจ้าตัวน้อยของเขาเข้าไปนั่งที่ห้องส่วนตัวซึ่งเขาจองไว้ตั้งแต่แรก
แต่ที่พาออกมานั่งข้างนอกก็แค่อยากให้ชานฮีได้เห็นอีกมุมหนึ่งก็เท่านั้น หากรอยยิ้มบนใบหน้าก็ต้องเลือนหายไปเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยของเขากำลังถูกล่วงเกินด้วยฝีมือของชายคนอื่น
ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้อารมณ์โกรธของเขาพุ่งสูงเสียจนน่าตกใจ
ร่างสูงก้าวเข้าไปดึงชายผู้นั้นให้ออกจากคนตัวเล็กที่กำลังร่ำไห้อย่างหน้าสงสาร
มือขวากำแน่นพุ่งเข้าปลายคางของอีกฝ่ายอย่างแรงหลายๆครั้งจนเลือดกบปาก
ก่อนจะยั้งมือไว้เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของคนที่ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น
เขาปล่อยมือออกจากชายคนดังกล่าวออกแล้วเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนตัวโยน
รั้งเข้าสู่อ้อมกอดอย่างนึกสงสาร ลูบศีรษะเล็กไปมาเพื่อปลอบประโลม หากเขาไม่ทิ้งชานฮีไว้คนเดียวคงไม่เป็นแบบนี้
“พี่บยองฮอน ฮึก น้องร้อน” รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่สูงเกินปกติของอีกฝ่ายแต่เขาก็คิดว่านั่นคงเป็นเพราะความตกใจ
แต่เมื่อลองมองใบหน้าของอีกฝ่ายดีๆทำให้รู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร
นัยน์ตาที่เชื่อมเกินปกติทำให้เขายิ่งโมโหเมื่อรู้ว่าไอ้เลวนั่นทำอะไรบ้าง
มันคิดจะวางยาเพื่อที่จะทำร้ายเด็กน้อยของเขา
ชายหนุ่มพยุงร่างน้อยให้ลุกขึ้นเพื่อเดินออกจากห้องน้ำไปเพราะกายเล็กเริ่มที่จะสั่นน้อยๆจนน่ากลัว
แจ้งกับพนักงานว่าต้องการเปลี่ยนจากห้องส่วนตัวเป็นห้องพักไปเสีย
โชคดีที่ชั้นบนของตึกมีห้องพักสำหรับลูกค้าทำให้เขาไม่ต้องพาชานฮีกลับบ้านในสภาพนี้
“ช่วยน้องที”
ใบหน้าคมหันไปมองคนที่เอ่ยคำร้องขออย่างตกใจ
แม้จะรู้ดีว่าชานฮีไม่ได้หมายความเหมือนอย่างที่เขาคิด
เด็กน้อยของเขาไร้เดียงสาเกินไป อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนอะไรเข้าไป
โชคดีที่ยาไม่ได้แรงมากจนกระทั่งควบคุมตัวเองไม่ได้
เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคนที่จะแย่ก็คงเป็นเขานั่นแหละ
ร่างสูงพยุงคนตัวเล็กเข้าห้องพักที่อยู่ด้านบนของสถานเริงรมย์โดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูอย่างแน่นหนาก่อนจะพากันเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะได้บอกให้เด็กน้อยอาบน้ำเสีย
น้ำเย็นๆคงช่วยบรรเทาได้ไม่มากก็น้อยนั้นแหละ
แต่เมื่อเขาจะเดินออกมาก็ถูกมือน้อยดึงชายเสื้อไว้ หันกลับไปมองอย่างใช้ความคิด ชานฮีไม่รู้เหรอว่าถ้าเขาอยู่ใกล้ๆมันอาจจะอันตรายมากกว่าเดิม
“อย่าทิ้งน้องแบบนี้ ฮึก อย่าให้น้องอยู่คนเดียวอีก อย่าทำอีกนะ ฮึก”
วงแขนแกร่งรั้งร่างเล็กเข้ามาสวมกอดอย่างนึกสงสาร
เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของเขาเอง ถ้าเขาไม่ปล่อยให้ชานฮีอยู่คนเดียวมันก็คงไม่เป็นแบบนี้
“พี่ไม่ใช่คนดีนะชานฮี ถ้าพี่พลาดขึ้นมา เราจะทำยังไง อือ” นัยน์ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากของอีกฝ่ายที่แนบลงบนริมฝีปากตน
แม้จะเป็นเพียงสัมผัสเบาๆไม่ได้รุกล้ำแต่อย่างใด
แต่ในสถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้เพียงแค่ยืนใกล้กันมันก็อันตรายมากพอ
“ถ้าน้องปล่อยตัว น้องจะเป็นเด็กใจแตกในสายตาพี่ไหม” นัยน์ตาใสที่แปรเปลี่ยนไปเพราะความต้องการที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้บยองฮอนเริ่มที่จะหมดความอดทนลงทุกที
ริมฝีปากหนาแนบลงกับสิ่งเดียวกันของอีกฝ่ายหากแต่รุกล้ำเสียจนได้ยินเสียงครางร้องขอความเห็นใจ
ฝ่ามือหนาเริ่มที่จะอยู่ไม่สุข
ไล้ไปตามแผ่นหลังเล็กแผ่วเบาก่อนจะดันให้แนบชิดกับผนัง
ปลายจมูกโด่งไล้ไปตามลำคอเล็กพร้อมกับผ่ามือที่ปลดกระดุมเม็ดเล็กบนกายบางออก
แต่ก็เลือกที่จะหยุดการกระทำทั้งหมดลงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าคมละจากผิวเนื้อเนียนละเอียด
จ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยคำถาม ชานฮีคงจะหงุดหงิดไม่น้อยนั่นแหละ
แต่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเพราะยาบ้าๆนั่น ชานฮีแน่ใจเหรอว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดมันออกมาจากจิตใต้สำนึกจริงๆ
ไม่ใช่เพราะร่างกายที่สู้รบกับความต้องการนั่นไม่ไหว
“พี่จะช่วย แค่ช่วยนะครับเด็กน้อย มันยังเร็วไปนะครับ” โน้มใบหน้าเข้าหาคนตัวเล็กที่เริ่มจะหอบหายใจเสียจนน่ากลัว
มือกว้างเปิดฝักบัวเพื่อให้สายน้ำช่วยขจัดความต้องการให้ลดน้อยลง
ทั้งของคนตัวเล็กและของตัวเอง
ริมฝีปากที่แนบชิดเสียจนแทบไม่เหลือช่องว่างทำเอาชานฮีที่เรี่ยวแรงน้อยอยู่เป็นทุนเดิมแทบจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้น
แต่โชคดีที่วงแขนแกร่งนั้นรั้งไว้ทำให้ไม่ร่วงลงไปจริง
ท่อนแขนเล็กจึงเลื่อนขึ้นมาโอบรอบลำคอชายหนุ่มไว้เสีย
รู้สึกได้ถึงมือกว้างอีกข้างที่ป้วนเปี้ยนอยู่กับเสื้อผ้าของตนแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจเสีย
เขาไม่รู้หรอกว่าพี่บยองฮอนจะทำอะไร
ต่อให้จะพาไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกเขาก็พร้อมจะไปทั้งนั้น
อาภรณ์ทุกชิ้นบนกายเล็กถูกปลดเปลื้องจนหมดสิ้น
เหลือเพียงกายเปลือยเปล่าที่แนบชิดเท่านั้น มือกว้างสัมผัสผิวเนื้อเนียนเพื่อช่วยขจัดความต้องการของอีกฝ่ายพร้อมกับปลายจมูกโด่งที่เลื่อนลงมาตักตวงความหอมจากลำคอที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำเย็นจากฝักบัว
กายเล็กที่หนักอึ้งแปรเปลี่ยนเป็นเบาโหวงจนเกือบจะล่องลอยทำให้ผู้เป็นเจ้าของนั้นครางอือเบาๆ
หากแต่คนได้ยินกลับคิดไปถึงไหนต่อไหน บางทีเขาก็ไม่อยากเป็นคนดีสักเท่าไหร่นัก
อยากจะเลวไปให้มันรู้แล้วรู้รอดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาข่มใจอดทนกับคนตัวเล็กที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้
“อะ น้องช่วยนะ” เหมือนถูกตอกกลับด้วยคำพูดของตัวเอง
ร่างสูงนิ่งงันไปสักพักก่อนจะรู้สึกถึงมือน้อยที่ปลดกระดุมเสื้อของเขา
แม้ว่าจะยังสั่นเทาแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมที่จะปล่อยมือออก
มือกว้างรีบมาตะครุบสองมือนั้นก่อนที่มันจะเลยเถิดมากไปกว่านี้
“ไม่ต้องเลยนะเราน่ะ อย่าแม้แต่จะคิด” ใบหน้าใสเบ้น้อยๆอย่างขัดใจก่อนจะดึงมือกลับ
ให้ตายเหอะ ชานฮีกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้าหรือยังไง
“ดีขึ้นหรือยัง”
“ไม่รู้สิฮะ มัน ฮึก มันยังไงก็ไม่รู้” ริมฝีปากหนาจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบาก่อนจะไล้ลงมายังปลายจมูก
ถ้าเป็นไปได้อยากจะจับยานอนหลับกรอกปากเด็กน้อยนี้ด้วยซ้ำ
ตอนบ่ายยังพูดอยู่ว่ากลัว แต่มาตอนนี้กล้าเหลือเกิน
“แล้วพี่ เป็นอะไรหรือเปล่า” ถามเหมือนกับรู้ว่าเส้นความอดทนของเขากำลังจะขาดลง
เจ้าตัวเล็กนี่อยากได้ยินคำตอบแบบไหนกัน แบบรักษาน้ำใจหรือเอาตามความจริงล่ะ
“ไปที่เตียงไหม เดี๋ยวจะได้เป็นปอดบวมกันพอดี” ชายหนุ่มไม่รอคำตอบใดทั้งสิ้น
รีบปิดฝักบัวแล้วประกบริมฝีปากที่เริ่มจะซีดน้อยๆพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก
มือกว้างเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำที่อยู่ไม่ไกลมาสวมร่างเสียก่อนจะสวมให้อีกคนเช่นกัน
ละใบหน้าออกจ้องมองอีกฝ่ายยิ้มๆ ช้อนกายบางขึ้นแนบอกแล้วเดินออกจากห้องน้ำเสีย
“ผมเปียก”
“เดี๋ยวเช็ดให้น่า” วางร่างน้อยลงบนเตียงด้วยความถนอมก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้คนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าจะยังคงถูกเล่นงานด้วยยาบ้าๆนั่น
แต่ก็พยายามที่จะมองไปทางอื่นบ่อยๆเพราะรู้ดีว่าถ้าหากเขาจ้องใบหน้าใสนี้เป็นเวลานานเกินไปเขาอาจจะสติแตกก็ได้
“พี่บยองฮอน น้องไม่ไหว” แทบจะยกมือขึ้นมาทึ้งหัวตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอด
ร่างสูงโยนผ้าขนหนูลงบนเตียงก่อนจะเอนกายบางลงและทาบทับเสียจนไม่เหลือช่องว่าง
สองมือไล้ไปตามกายบางอย่างรุนแรงพร้อมกับจุมพิตที่ตักตวงลมหายใจของอีกฝ่ายจนเกือบจะขาดใจ
มือกว้างเลื่อนลงสู่ด้านล่างอีกครั้งแต่กลับถูกรั้งไว้จึงต้องถอนริมฝีปากออก
จ้องมองด้วยความสงสัยแม้จะรู้คำตอบอยู่ลึกๆก็ตาม
“น้องโตแล้วฮะ”
“อย่ายั่วพี่นะชานฮี”
“น้องพูด อะ พูดจริง แต่ แค่คืนเดียวนะ”
สุดท้ายเส้นด้ายอันบอบบางของความอดทนก็ขาดลงจนได้สินะ
“พี่จะถนอมเรานะครับ คนดี” มือกว้างเลื่อนขึ้นมาปลดปมเชือกของชุดคลุมออกทั้งของตนและของเด็กน้อยตรงหน้า
ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียงเสีย
ไม่ใช่อะไรหรอก
เดี๋ยวเด็กมันจะอายเอา
ปลายขาเรียวเล็กถูกจัดอยู่ในท่าทางที่คนตัวสูงต้องการพร้อมกับปลายจมูกโด่งที่ไล้ไปตามลำคอเล็ก
ริมฝีปากขบเม้มผิวเนื้อบางแผ่วเบาด้วยไม่อยากให้เกิดร่องรอยเพราะเกรงว่าชานฮีจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
แต่เมื่อถึงบริเวณแผ่นอกชายหนุ่มกลับทำตามใจเสียจนคนตัวเล็กต้องครางน้อยๆอย่างกลั้นไม่ไหว
“ไม่มีรอยที่คอนะครับ แต่จะมีที่อื่นแทน” ไล้ลงมาเรื่อยๆจนถึงหน้าท้องบาง
รู้สึกได้ถึงมือเล็กที่พยายามผลักออกแต่กลับเอื้อมมือไปจับไว้และกดลงกับที่นอนเสีย
ก็ในเมื่อเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง หลังจากนี้ก็คงจะช่วยไม่ได้
ริมฝีปากร้ายกาจเลื่อนขึ้นจนถึงหน้าผากเล็กที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ
จุมพิตแผ่วเบาอย่างรักใคร่พร้อมกับค่อยๆเคลื่อนกายเข้าหาอย่างทะนุถนอม
เสียงร้องเบาๆราวกับเจ็บปวดทำให้เขาอยากจะหยุดลงตรงนี้เสีย แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วมันก็คงเป็นไปไม่ได้
“อดทนนะครับเด็กน้อย อดทน” มือกว้างไล้ใบหน้าเล็กแผ่วเบาอย่างนึกสงสารพร้อมกับขยับกายอย่างเชื่องช้า
ดวงตาที่หลับแน่นรวมถึงใบหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดทำเอาเขานึกสงสารจับใจ
เลือกที่จะหยุดเพื่อให้คนตัวเล็กได้เคยชินเสียก่อน
“พี่ขอโทษนะ” แม้ว่าตัวเองจะทรมานเสียเกือบตายแต่ก็ยังเลือกที่จะอดทน
เด็กน้อยตอบสนองเขาดีเกินไปจนเขาแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
“น้องทนได้ฮะ” ได้แต่ยกยิ้มน้อยๆกับคำพูดนั้น
เปลือกตาบางที่เปิดขึ้นเพื่อจ้องมองกันทำเอาเขาต้องก้มลงไปจุมพิตอย่างรักใคร่ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนกายเขาหาอย่างเชื่องช้าเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนกับความทรมานนี้นานนัก
ท่วงทำนองค่อยๆถูกขีดเขียนอย่างอ่อนโยนและเชื่องช้าเพื่อฝังความทรงจำแรกที่สวยงามให้กับเด็กน้อยที่แสนจะไร้เดียงสา
พร่ำบอกคำว่ารักครั้งแล้วครั้งเล่าเสียอย่างไม่กลัวว่าคนฟังจะเบื่อ
ฝ่ามือน้อยไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างอย่างไร้เดียงสายิ่งทำให้สตินั้นยิ่งเตลิดเปิดเปิง
มัวเมาไปกับความสัมพันธ์ทางกายเสียจนเกือบลืมว่าต้องถนอมเรือนร่างบอบบางตรงหน้านี้
ก็แค่เกือบ…แต่ไม่ได้ลืม
เนิ่นนานกว่าที่ตัวยานั้นจะหมดฤทธิ์
เด็กน้อยในอ้อมกอดหอบหายใจกระชั้นถี่เสียจนน่ากลัวก่อนที่จะนิ่งไปเมื่อทุกสิ่งดำเนินมาถึงจุดจบ
แผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆบ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยคงเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
ริมฝีปากหนายกยิ้มน้อยๆก่อนจะจุมพิตหน้าผากเล็กแผ่วเบาอย่างเนิ่นนาน
“พี่รักเรานะครับ เด็กน้อยของพี่”
ถอยห่างออกมาเพื่อจดจ้องใบหน้าใสที่เริ่มจะไม่เหมือนกับเมื่อครั้งแรกที่เขาเจอ
ความไร้เดียงสาเริ่มจะถดถอย เหลือไว้เพียงเสน่ห์เหลือล้นที่ใครๆก็อยากจะเชยชม
ก็ถ้าเขารู้ว่าตัดผมมาแล้วจะเป็นแบบนี้เขาไม่ให้ชานฮีตัดเสียก็ดี
ก็คนมันหวง
ไม่อยากให้ใครมอง
หลังมือกว้างไล้ไปตามผิวหน้าใสแผ่วเบาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆบนริมฝีปาก
ยอมรับว่าตกใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเด็กน้อยของเขาได้รับการทะนุถนอมมามากขนาดไหน
ผิวเนื้อเนียนละเอียดเสียจนเขาแทบจะลืมว่าชานฮีเป็นผู้ชาย
อยากจะถอนคำพูดที่บอกว่าเด็กน้อยของเขาสู้อาราไม่ได้ออกเสียเดี๋ยวนี้
ก็ใครจะไปรู้ว่าชานฮีเองก็มีอะไรให้น่าค้นหาอยู่เหมือนกัน
หวง…หวงมาก
เขาจะไม่มีทางยอมเสียเด็กน้อยของเขาให้ใครเด็ดขาด
.
. .
รถเก๋งสีดำจอดเทียบหน้าบ้านหลังเล็กในตอนเที่ยงของวันถัดมา
คนตัวเล็กอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมที่ร่างสูงเป็นคนนำไปตากจนแห้งสนิท ใบหน้าใสหันมามองกันราวกับอยากจะขอความช่วยเหลือแต่ก็ต้องถอนหายใจแล้วหันกลับไปมองประตูบ้านของตัวเองอีกครั้ง
เมื่อวานเขาไม่ได้บอกที่บ้านว่าจะไม่กลับแต่ก็บอกไว้แล้วว่าจะไปบ้านพี่บยองฮอน
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นห่วงกันมากน้อยแค่ไหน นึกโทษตัวเองที่ดื้อแพ่งให้พาไปเที่ยวจนได้เรื่องแบบนี้
“พี่บยองฮอนฮะ”
“อารามาที่นี่” ชานฮีขมวดคิ้วน้อยๆก่อนจะมองตรงไปด้านหน้าก็พบกับรถคันหรูที่ไม่น่าจะใช่ของคนแถวนี้จอดอยู่
ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างฝืนๆ ความรู้สึกแบบนี้ ไม่ชอบเลย
“คุณอารารู้จักกับพี่ยูชอนฮะ”
“เข้าบ้านกันเถอะ” ร่างสูงจัดการเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที
ชานฮีจึงรีบตามไปเพราะไม่อยากให้อาราเห็นว่าอดีตคนรักของเธออยู่ที่นี่
มือน้อยคว้าท่อนแขนแกร่งไว้ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาพลางน้ำตาคลอ
ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่ชานฮีกำลังกลัว
“ไม่เอาน่า เชื่อใจพี่นะครับ” เสียงสะอึกสะอื้นในลำคอของคนตัวเล็กไม่ได้ทำให้ร่างสูงใจอ่อนแต่อย่างใด
ท่อนขายาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านพร้อมกับมือกว้างที่กุมมือน้อยไว้
“กลับมาแล้วเหรอชานฮี เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” มือกว้างปล่อยคนตัวเล็กออกทันทีเพื่อให้เด็กน้อยของเขาได้เข้าไปหามารดาของตนเอง
ทั้งสองกอดกันด้วยความรักก่อนที่คนตัวเล็กจะเข้าไปหายายที่นั่งอยู่ บยองฮอนได้แต่ยิ้มน้อยๆกับภาพตรงหน้า
ภาพที่มักจะอยู่ในจินตนาการของเขาเสมอ
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่พาน้องไปโดยไม่ได้บอก” โค้งศีรษะลงขอโทษซึ่งทั้งยายและแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
จะมีเพียงยูชอนและอาราเท่านั้นที่มองมาที่เขา
อาราที่มองด้วยความเสียใจ
ส่วนยูชอน ก็คงจะโกรธเขาน่าดู
“นี่ก็เที่ยงแล้ว ยายว่าเราไปกินอะไรหน่อยดีกว่านะ เดี๋ยวให้แม่เราทำให้”
“คือผมมีเรื่องจะบอกทุกคนน่ะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้สายตาทั้งหมดจับจ้องไปยังใบหน้าคมของผู้พูด
ชานฮีที่พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรจึงรีบวิ่งเข้าไปคว้าแขนของอีกฝ่ายไว้เป็นเชิงขอร้อง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็เป็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนก็เท่านั้น
อาราที่นั่งอยู่นั้นถึงกับหายใจไม่ออกเมื่อเห็นรอยยิ้มที่แสนใจดีของชายหนุ่ม
เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นรอยยิ้มแบบนี้ด้วยซ้ำไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน แต่ชานฮีกลับได้ไปครอบครอง
อิจฉา…เธออิจฉาชานฮี
“ผมกับชานฮี” ชายหนุ่มเว้นวรรคก่อนจะเลื่อนฝ่ามือลงไปกุมมือน้อยเอาไว้
ให้อีกฝ่ายรู้สึกมั่นใจในตัวเขา
.
.
.
“เราสองคนรักกันครับ”
T B C
หาเจอแล้ว ไปคุ้ยบล็อกเก่า เมื่อหาปีก่อนโน่น
จบตอนหน้า...น่าจะใช่
โอ๊ยยยยยยยยยย แต่ละประโยคของเด็กน้อย พี่เป็นพี่บยองก็ไม่ทนค่ะ ลุ้นมากเลยพี่ยูชอนจะยอมให้คบกันมั้ย แต่แบบ เราสองคนรักกันครับ ดีอ่า 😭😭😭😭
ReplyDeleteก็เด็กน้อยอ่อนเปียกขนาดนั้นอิพี่บยองมันจะทนได้หรอ. สาบานนะว่าโดนยาชานฮีเรามิได้ล่อลวงบยองอิอิ. น่ารักเป็นบ้า. คนอ่านก็กำลังบ้า
ReplyDelete